Hans Zimmer – Hannibal

Tracklist
1. Dear Clarice
2. Aria Da Capo
3. The Capponi Library
4. Gourmet Valse Tartare
5. Avarice
6. For A Small Stipend
7. Firenze Di Notte
8. Virtue
9. Let My Home Be My Gallows
10. The Burning Heart
11. To Every Captive Soul
12. Vide Cor Meum

Hannibal คือภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือในชื่อเดียวกันของ Thomas Harris และเป็นเนื้อเรื่องตอนสุดท้ายของตัวละคร Dr. Hannibal Lecture ฆาตกรไฮโซอัจฉริยะที่พิสมัยในการกินอวัยวะมนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับ Ridley Scott ที่แน่นอนว่ายังคงใช้บริการ Hans Zimmer เช่นเดิมหลังจากความสำเร็จในการร่วมงานครั้งล่าสุดในปี 2000 กับเรื่อง Gladiator
ดนตรีประกอบภาพยนตร์ Hannibal คืองานดนตรีชิ้นแรกของ Zimmer เข้าใกล้ดนตรีคลาสสิคที่สุดและเป็นต้นแบบให้แก่งานดนตรีสุดคลาสสิคถัดมาของเขาใน The Da Vinci Code ดังนั้นเครื่องดนตรีสำหรับอัลบั้มนี้จึงเป็นออเคสตร้าเต็มวงโดยเน้นไปที่การใช้เครื่องสายและคอรัสหลากหลายแนวที่สามารถสร้างดนตรีนุ่มๆทำนองสวยงามแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต
อัลบั้มนี้มีผลงานจริงๆของ Zimmer อยู่ 7 เพลง ในบางส่วนของเพลงที่แต่งโดย Zimmer ก็ได้ใส่คำพูดบรรยายของ Anthony Hopkins ผู้รับบท Dr. Hannibal และ Sound Effect จากหนังเข้ามาเพิ่มมิติให้เพลงนั้นๆอีกด้วย
เพลงเด่นๆ ของ Zimmer ได้แก่ Dear Clarice เป็นการเปิดอัลบั้มกับเสียงร้องโซปราโน่สุดหลอนที่ลอยมาแตะหูเป็นช่วงๆซึ่งในส่วนนี้เป็นการแนะนำหนึ่งในสองธีมหลักของอัลบั้ม แล้วจึงคั่นด้วยบทบรรยายของ Hannibal (Anthony Hopkins) กล่าวถึงเจ้าหน้าที่ Clarice ที่กลับมาสืบคดีเพื่อจับเขาอีกครั้ง จบส่วนนี้แล้วจีงต่อด้วยท่อนเปียโนกับโน้ต 6 ตัวที่เป็นอีกหนึ่งธีมหลักสุดคลาสสิค
Virtue เป็นเพลงฟังสบายๆกับเสียงเครื่องสายเบาๆพร้อมเสียงผู้หญิงร้องคลอไปด้วย Let My Home Be My Gallows เป็นเพลงเด่นของอัลบั้ม นอกจากความยาวเพลงที่ยาวที่สุดในอัลบั้มแล้ว คอรัสเพลงนี้ถือว่าโดดเด่นมากกับคอรัสเด็กที่มอบความหลอนและความงดงามแก่ผู้ฟังควบคู่กัน แล้วเพลงนี้เองที่เสียงบรรยายเรื่อง Judas โดย Hannibal เข้ากับดนตรีที่เล่นเป็นแบ็คกราวน์อย่างแท้จริง ทันทีที่เสียงบรรยายจบลงก็เสริมความคลาสสิคเข้าไปอีกกับเสียงร้องโอเปร่าสุดหลอน แล้วมาต่อครึ่งหลังด้วยดนตรีที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเครื่องสายและ Sound Effect ที่จะทำให้คุณสะดุ้งได้ไม่ยาก
คิวสุดท้ายที่มีความเป็นเพลงคลาสสิคสุดๆ To Every Captive Soul เป็นเพลงที่มีการเล่นเครื่องสายชุดใหญ่ในทำนองที่แสนจะบาดใจ บรรเลงแบบเน้นๆตลอดความยาวกว่า 6 นาที
งานดนตรีที่เหลือซึ่งไม่ใช่ของ Hans Zimmer ได้แก่ Aria Da Capo เพลงเปียโนของคอมโพเซอร์เพลงคลาสสิค Bach โดยคัดมาใส่ไว้คั่นประมาณเกือบๆ 2 นาที
Gourmet Valse Tartare แต่งโดย Klaus Badelt คอมโพเซอร์ในเครือของ Zimmer เองกับเพลงเครื่องสายอันหนักแน่นและรื่นหู เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากจากเพลง The Blue Danuve ผลงานสุดคลาสสิคของ Johann Strauss II หากฟังดีๆจะมีบางท่อนที่คล้ายกันด้วย
For A Small Stipend และ Firenze Di Notte แต่งโดยนักเล่นเชลโล่ประจำของ Zimmer อย่าง Martin Tillman และมิกซ์เสียงโดย Mel Wesson เพลงนี้เป็นการผสมผสานของดนตรีสังเคราะห์และเครื่องสายที่ให้บรรยากาศกดดันผู้ฟังไม่ใช่น้อย
เพลงสุดท้ายที่ผมขอแนะนำอย่างยิ่ง Vide Cor Meum แต่งโดย Patrick Cassidy เป็นเพลงโอเปร่าขนาดย่อมแต่ทรงพลังด้วยเสียงร้องคู่ชายหญิง ซึ่งเพลงนี้โดดเด่นไม่แพ้เพลงอื่นๆของ Zimmer
ถ้าใครมองหาเพลงคลาสสิคอยู่ อัลบั้มนี้คืออีกหนึ่งทางเลือกควรรับไว้พิจารณา (ถ้าไม่เกี่ยงเสียงบรรยายและ Sound Effect จากหนัง) สำหรับนักฟัง Soundtrack และแฟนๆ Hans Zimmer ก็ไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้เช่นกัน

My Score: 8.5/10

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: