Robert J. Kral – Angel: Live Fast, Die Never

Angels - Live Fast, Die Never

Tracklist
1. Angel Main Theme [The Sanctuary Extended Remix]
2. Start The Apocalypse
3. The End of the World
4. Massive Assault
5. Home
6. Hero
7. Judgement & Jousting
8. Birth of Angelus
9. Rebellion
10. The Trials for Darla
11. Dreaming of Darla
12. Untouched / Darla’s Fire
13. Darla’s Sacrifice
14. Welcome to Pylea
15. Through the Looking Glass
16. Castle Attack
17. Cordy Meets Fred
18. Princess Cordelia
19. Farewell Cordelia
20. I’m Game
21. Touched
22. L.A. Song
23. Lady Marmalade
24. It’s Not Easy Being Green
25. A Place Called Home

Angel เป็นซีรี่ย์สที่แยกออกมาจาก Buffy The Vampire Slayer ซีรี่ย์สยอดฮิตของค่าย Fox สำหรับเรื่อง Angel มีการฉายทั้งหมด 5 ซีซั่น เรื่องราวในซีซั่นแรกดำเนินหลัง Buffy ซีซั่น 3 (และช่วงเวลาเดียวกันกับ Buffy ซีซั่น 4) แน่นอนว่าแวมไพร์ผู้มีวิญญาณอย่าง Angel ที่เป็นตัวประกอบในซีรี่ย์ส Buffy ได้เป็นตัวเอกกับเค้ามั่ง
ระดับความสนุกของเรื่องนี้ก็ไม่แพ้ Buffy ขณะที่ตัวละครบางคนในเรื่อง Buffy ก็มาอยู่ในเรื่องนี้ เช่น Wesley, Cordelia เป็นต้น พร้อมทั้งตัวละครใหม่อย่าง Gunn, Fred, Lorne ที่เข้ามาผนึกกำลังต่อสู้อำนาจมืดใน L.A. (Los Angeles) และบริษัท Wolf, Ram & Hart ก็คือศัตรูผู้หวังหาผลประโยชน์จากตัว Angel เอง
20 แทร็คแรกเป็นเพลง Score จากซีรี่ย์สทั้ง 5 ซีซั่น ในส่วนนี้รับผิดชอบโดยคอมโพเซอร์ 3 ท่าน ได้แก่ Darling Violetta วงดนตรีแนว Dark Pop ที่แต่งเพลงธีมเปิดเรื่อง, Robert J. Kral คอมโพเซอร์ผู้ทำเพลงให้พวกทีวีมากมากก็เป็นคอมโพเซอร์ประจำซีรี่ย์สนี้ด้วย, และคนสุดท้ายนี่ดังหน่อย Christophe Beck คอมโพเซอร์ประจำจากซีรี่ย์ส Buffy สำหรับเครื่องดนตรีที่นำมาใช้หลักๆ คือ ดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์ ซึ่งแต่ละเพลงที่ทำออกมาก็ฟังดูดีไม่แพ้หนังใหญ่กันเลยทีเดียว
Angel Main Theme คือเพลงเปิดซีรี่ย์สที่มีเชลโล่เป็นตัวเอก สำหรับเวอร์ชั่น Sanctuary Extended Remix นี้ได้ตัดต่อให้ยาวขึ้นพร้อมเสียงร้องคลอเข้าซึ่งก็ถือว่าทำให้ฟังดูดีไปอีกแบบ (แต่ส่วนตัวผมชอบเวอร์ชั่นไม่ปรุงแต่งมากกว่า) คิวต่อไปเรามาดูผลงานของ Robert J. Kral กันเลย
เริ่มต้นด้วยเพลงประกอบฉากต่อสู้ประจำซีรี่ย์ส Start The Apocalypse ที่ดุดันหนักแน่นแฝงความหม่น บรรเลงด้วยดนตรีออเคสตร้าที่เข้าจังหวะอย่างดีกับเสียงจากซินธิไซเซอร์แถมและคอรัสอันน่าสะพรึง เพลงนี้ผมยกให้เป็นเพลงเด่นของอัลบั้มเลย
Massive Assault สร้างความระทึกกันด้วยซินธิไซเซอร์และเพอคัสชั่นจัดหนัก Home เพลงเปียโนฟังสบายที่แฝงไปด้วยความอาลัย
Hero เพลงนี้ถูกใช้ในตอนหนึ่งของซีซั่นแรกที่ตัวละครตัวหนึ่งยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเผ่าพันธุ์ของเขาจากการสังหารหมู่ การเปิดแล้วปิดเพลงด้วยเสียงร้องสุดเศร้าของหญิงสาวและจังหวะระทึกในช่วงกลางสื่ออารมณ์ถึงฉากนี้ในซีรี่ย์สอย่างดี ผมจึงยกให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงเด่นของอัลบั้ม
Birth of Angelus เพลงที่เกี่ยวกับการกำเนิดของแวมไพร์ตัวเอกของเรื่อง โดดเด่นกับการบรรเลงไวโอลินและการใช้เสียงร้องของหญิงสาวมาเพิ่มความหลอนกับเพลง Rebellion เพลงที่ทั้งหลอนและยิ่งใหญ่
Dreaming of Darla นี่คือเพลงหลอนปนเย้ายวนสไตล์แวมไพร์ Welcome To Pylea เพลงนี้ฟังดูโบราณที่สุดในอัลบั้มแล้ว
Farewell Cordelia เพลงสั้นๆสะเทือนอารมณ์ที่เกี่ยวกับการจากไปของตัวละครที่แฟนๆซีรี่ย์สรู้จักดี
I’m Game เป็นงานเพลงสั้นๆชิ้นเดียวของ Christophe Beck แต่เปี่ยมไปด้วยทำนองแห่งความกล้าหาญ เพลงนี้แม้จะถูกใช้สำหรับเปิดซีรี่ย์สซีซั่นแรก แต่พอมาใช้ปิดงานเพลง Score ของอัลบั้มก็ฟังดูเท่ห์ไม่เบา
อีก 5 เพลงที่เหลือซึ่งเป็นเพลงร้อง ได้แก่ เพลงโลดโผนสุดมันส์ Touched จากวง Vast, เพลงกีตาร์ L.A. Song ซึ่งเพลงนี้ได้ Christian Kane ผู้รับบท Lindsay หนึ่งในตัวร้ายของเรื่องก็มาโชว์เสียงร้องให้เราฟัง
เพลงสุดฮิต Lady Marmalade ก็ถูกนำมาร้องใหม่โดย Andy Hallet นักแสดงผู้รับบทเป็น Lorne ปีศาจตัวเขียวผู้เป็นทั้งนักอ่านใจและนักร้องเสียงดี ส่วนอีกเพลงที่แต่งขึ้นมาเป็นพิเศษ It’s Not Easy Being Green เป็นเพลงที่สื่อถึงตัวละครนี้ได้อย่างเหมาะเจาะจริงๆ
ปิดอัลบั้มด้วย A Place Called Home เพลงแนว Country สุดไพเราะของนักร้องสาวชาวอเมริกัน Kim Richey เพลงนี้ถูกใช้เพื่อบอกลาตัวละครคนหนึ่งในซีซั่นสุดท้ายของซีรี่ย์ส
สำหรับแฟนๆซีรี่ย์ส Buffy และ Angel นี่คืออัลบั้มที่เพียบพร้อมไปด้วย Score และเพลงร้องดีๆให้คุณได้หวนระลึกถึงซีรี่ย์สเรื่องโปรด ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดกันด้วยประการทั้งปวง

My Score: 8.5/10


Advertisements

One Response to “Robert J. Kral – Angel: Live Fast, Die Never”

  1. […] ภาพยนตร์สยองขวัญจากเรื่องจริงของบ้านผีสิงอันเต็มไปด้วยความอาฆาตในรัฐ Connecticut ประเทศอเมริกา ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของครอบครัว Campbell ที่ต้องหาบ้านเช่าใกล้หมอแถว Connecticut เพื่ออาศัยอยู่เป็นการชั่วคราวระหว่างที่ลูกชายต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็ง โดยหารู้ไม่ถึงภูมิหลังอันน่ากลัวของสถานที่ดังกล่าว อย่างไรก็ดี ตัวหนังเรื่องนี้แม้จะขายความสยองเฉกเช่นหนังสยองขวัญทั่วไป ทั้งนี้มันก็ยังมีประเด็นเกี่ยวกับความเป็นหนังครอบครัวและเรื่องราวของการให้กำลังใจที่จะทำให้คุณซาบซึ้งในขณะเดียวกัน ดนตรีประกอบเรื่องนี้แต่งโดย Robert J. Kral คอมโพเซอร์ชาวออสเตรเลียซึ่งส่วนใหญ่มักทำงานให้พวกซีรี่ย์สและหนังทีวีเป็นส่วนมาก (ผมเองก็เคยรีวิวผลงานของเขาคนนี้มาแล้วในอัลบั้มเพลงประกอบซีรี่ย์ส Angel) นานๆทีถึงจะมีโปรเจ็คใหญ่เป็นหนังโรงมาให้ได้อวดฝีมือต่อนักดูหนังส่วนใหญ่กันบ้าง โดยในการกลับมาครั้งนี้ของเขาก็ยังคงหยิบเอาดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์มาใช้ตามมาตรฐานเช่นเดียวกับผลงานก่อนๆ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นมาดูกัน เปิดอัลบั้มด้วยเมนธีมสามตัวเรียงกัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคิวเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้ม โดยมาเริ่มกันที่ธีมแห่งความสยอง The Haunting In Connecticut: Main Title จากเสียงเปียโนเพราะๆที่ต่อมาถูกเสียงแทรกให้เพี้ยนด้วยเสียงสุดจี๊ดหูจากซินธิไซเซอร์ ซึ่งส่วนที่ต่อหลังจากนั้นก็เป็นเสียงดนตรีลากยาวลอยๆให้พอเอาหลอนกันไป Research ธีมแนวลึกลับชวนค้นหาที่ขอเรียกสั้นๆว่าธีม “ลึกลับ”ฟังเพลินไม่ใช่เล่นกับเสียงเปียโนเคล้าเครื่องสายจังหวะเร็ว ร่วมด้วยเสียงเครื่องเป่าที่ทั้งอึมทึมและโอ่อ่าเป็นช่วงๆ Not What I Meant ธีมอารมณ์คลาสสิคที่ผมขอเรียกว่าเป็นธีม “ครอบครัว” ซึ่งโดดเด่นอย่างมากในส่วนเสียงเครื่องสายนานา โดยเฉพาะเชลโล่ เสมือนทำนองแห่งความหวังท่ามกลางความหดหู่รันทดที่ถาโถม ทีนี้เพลงถัดๆมาก็เข้าสู่ตัวหนัง ซึ่งความยาวของเพลงส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ค่อยเท่าไหร่จริงๆ ซึ่งส่งผลให้พลังของเพลงเหล่านั้นก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ตามไปด้วย ก็เอาเป็นว่าขายบรรยากาศแต่ละฉากในหนังเพียวๆเลยก็ว่าได้ Room Search หลอน อึดอัด และวังเวงได้มาตรฐานสมชื่อ ซึ่งเตรียมอารมณ์ไปสู่อีกเพลงอย่าง Seeing Things ที่คนขวัญอ่อนไม่ควรฟัง Dying Stars ธีมครอบครัวฉบับสั้นกับทำนองที่ฟังแล้วอดเศร้าไม่ได้ Jonah Tries To Leave ระทึกกันด้วยเสียงเครื่องสายสุดอลหม่านพร้อมซินธิไซเซอร์และเพอคัสชั่นกระตุกขวัญ Family Breakdown อีกครั้งกับธีมครอบครัวในหดหู่และเศร้าสร้อย Final Resting Place เพลงที่รู้เลยว่าใช้ได้ดีเฉพาะในหนัง เพราะเมื่อฟังแยกแล้วมันกลายเป็นอะไรที่โหวกเหวกและไม่น่าอภิรมย์ซักเท่าไหร่โดยเฉพาะกับคนขวัญอ่อนหรือไม่ก็หูไม่แข็งพอ All In God’s Hands เพลงเบาอารมณ์กับเสียงเปียโนและเครื่องสาย พร้อมดนตรีฉากหลังที่ล่องลอย The Death Of Jonah หลอนปนลุ้นแบบสุดๆในช่วงแรกแล้วจบลงด้วยความอาลัยในช่วงท้าย ทีนี้ก็มาถึงช่วงไคลแมกซ์ซึ่งตัวเพลงก็มีอะไรดีขึ้นตาม ได้แก่ Destroying The Corpses ดนตรีมันส์ระทึกที่มีจุดพีคอันทรงพลังในช่วงกลางๆ Prayer For The Innocent (Psalm 23) เป็นการนำธีมครอบครัวมาเรียบเรียงเข้ากับบทสวด Psalm 23 พร้อมด้วยเสียงร้องโหยไห้ ส่งผลให้เพลงนี้นอกจากจะฟังดูขลังและเศร้าสร้อยเป็นที่สุดแล้วก็ยังดูมีนัยอันหนักแน่นของการวิงวอนร้องขอ แล้วแน่นอนว่าเพลงนี้เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดเลยทีเดียว Resolution ต่อเนื่องอารมณ์จากเพลงโดยจบลงด้วยดนตรีที่ผ่อนคลายและดูมีความหวังขึ้น Final Images หลอนทิ้งท้ายเสียงสุดสยองจาก Main Title ที่คุ้นกั
    ดี ทีนี้ก็มาถึงเพลงสุดท้าย The Haunting In Connecticut: Closing Titles ซึ่งปิดอัลบั้มด้วยการเรียบเรียงทำนองดนตรีโดยรวมของหนังเข้ากับเมนธีมสามตัวที่รู้ๆกัน คือ ธีมลึกลับ ธีมครอบครัว และธีมสยองขวัญมาปิดท้ายนี้ให้ออกมาเป็นเนื้อเดียวกันอย่างกลมกลืนและฟังได้ไม่สะดุด เท่าที่ฟังมาจนจบนี้ ผมก็ขอสรุปภาพรวม (รวมถึงเพลงที่ไม่ได้รีวิวไว้) ที่ว่าตัวสกอร์นั้นมีตำหนิตรงที่การใช้เครื่องดนตรีไม่คุ้มฟอร์มหนังซักเท่าไหร่หรือแม้แต่ซินธิไซเซอร์ที่เหมือนจะดูง่ายๆไปนิด ทั้งนี้ยังมีความยาวของเพลงส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน อย่างไรก็ดี ยังมีบางส่วนบางเพลงของสกอร์ในอัลบั้มที่มีอะไรดีเด่นนอกเหนือเพียงแค่ใช้ประกอบหนังได้ โดยเฉพาะในส่วนของเมนธีมในช่วงต้น และดนตรีจากฉากไคล์แมกซ์ในช่วงท้าย ที่ยังทำให้อัลบั้มนี้ยังเชื่อได้ว่ามีอะไรดีๆอยู่! […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: