Steve Jablonsky – Dragon Wars

Tracklist

01. Imoogi (5/5)

02. The Legend Awakes (4/5)

03. Village Attack (5/5)

04. Love Theme (5/5)

05. Yeouijoo (4/5)

06. General And His Army (3/5)

07. Second Life (3/5)

08. Destiny (3/5)

09. Battle In The Sky (4/5)

10. Hypnosis And Flashback (3/5)

11. Cafe Attack (4/5)

12. Rooftop Showdown (4/5)

13. The Altar (5/5)

14. Buraki (5/5)

15. D-War (5/5)

16. Farewell (5/5)

17. Arirang (5/5)

Dragon Wars หรือเรียกสั้นๆว่า D-War เป็นภาพยนตร์ร่วมทุนระหว่างเกาหลีและอเมริกาที่หยิบเอานิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมังกรสองตัวคือ Imoogi ฝ่ายดี และ Buraki ฝ่ายชั่วร้ายกับศึกชิง Yeouijoo ที่อยู่ในร่างของหญิงสาวผู้ถูกเลือกซึ่งเป็นขุมพลังในการกลายร่างเป็นมังกร โดย Buraki จะต้องไม่ใช่ฝ่ายที่ได้ครอบครองขุมพลังนี้ ไม่เช่นนั้นโลกมนุษย์อาจถึงกาลอวสาน โดยเรื่องนี้ก็เป็นการแก้มือของผู้กำกับชาวเกาหลี Shim Hyung-rae หลังจากที่เคยสร้างภาพยนตร์เรื่อง Yonggary ที่กลับเต็มไปด้วยข้อบกพร่องทางเทคนิคหลายหลายอย่างและไม่เป็นที่น่าจดจำ
สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นในหนังไม่แพ้ CG (ซึ่งช่วยกลบเกลื่อนบทและการแสดงที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง) นั่นก็คือดนตรีประกอบซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าไม่มี หนังคงจืดกว่านี้เยอะ โดยคอมโพเซอร์ Steve Jablonsky จาก Remote Control Productions คือ ผู้รับผิดชอบดนตรีประกอบเรื่องนี้ ซึ่ง Jablonsky ยังคงใช้ดนตรีออเคสตร้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบถนัด แต่กระนั้นก็สามารถสร้างสรรค์ดนตรีสไตล์เกาหลีให้ออกมาดูขลังและยิ่งใหญ่ได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
สำหรับลำดับเพลงในอัลบั้มนั้นอาจไม่เรียงตามลำดับเหตุการณ์ในหนังยกเว้นเพลงช่วงท้ายๆของอัลบั้ม แต่ก็ฟังได้อารมณ์ต่อเนื่องไม่ติดขัดแต่อย่างใด
เปิดอัลบั้มด้วยธีมอันยอดเยี่ยม Imoogi กับเพลงเปิดเรื่องซึ่งในหนังเอามาให้ฟังแค่แป๊บเดียวแต่นี่คือฉบับเต็มที่ส่งมอบความสุนทรีย์ด้วยทำนองดนตรีที่สวยงามและยิ่งใหญ่โดยหัวใจของเพลงนี้คือคอรัสและเพอคัสชั่นอ่อนๆ พร้อมทำนองดนตรีสุดขลังที่แว่วมาให้ยินแต่ต้นเพลงและยังคงบรรเลงเป็นฉากหลังไปจนจบเพลง
The Legend Awakes ดนตรีที่ค่อนข้างสงบ ร่มรื่น แต่ก็ฟังดูน่าเกรงขามนี้โดดเด่นในแง่ของการใช้คอรัสและเครื่องเป่าลมไม้เสริมด้วยซินธิไซเซอร์ในการสร้างบรรยากาศที่แสนจะโบราณเสมือนอยู่ในพงไพรได้อย่างดี
Village Attack เพลงกระหน่ำแหลกตัวแรกที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในครึ่งแรกด้วยดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์อันหนักแน่นที่แสดงความเกรียงไกรและความดุร้ายของกองทัพ Atrox ได้อย่างดี และแน่นอนว่าดนตรีส่วนใหญ่ในเพลงนี้ก็เป็นการแนะนำทำนอง Action Score ให้เพลงถัดๆไปด้วย
ฟังสองเพลงที่ผ่านมาหลายท่านอาจสังเกตได้ว่ามีดนตรีลักษณะคล้ายคลึงกันเล่นในบางช่วงของเพลง ซึ่งดนตรีที่มีทำนองอันสวยงามนั้นก็ถูกนำมาเรียบเรียงเป็นเพลงสั้นๆแต่ได้อารมณ์แบบเน้นๆใน Love Theme กับธีมที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งในการถ่ายทอดทั้งทำนองที่สวยงามอ่อนหวานแต่ก็แฝงไปด้วยทำนองอาลัยซึ่งบอกเป็นนัยว่าโชคชะตาของคู่พระนางในเรื่องจะลงเอยเช่นไร
เพลงที่สื่อถึงขุมพลังของเหล่ามังกร Yeouijoo ซึ่งใช้ดนตรีลักษณะเดียวกับเพลง The Legend Awakes แต่โดดเด่นกว่าในส่วนของดนตรีที่หรูหราจากการหยิบเอาทำนองดนตรีจาก Imoogi และ Love Theme มาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
Destiny เพลงนี้ฟังเอาความระทึกได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ก็มีส่วนที่ทรงพลังที่สุดในช่วงท้ายเพลงด้วยเช่นกัน แล้วมาต่อด้วยความมันส์ระทึกแบบเน้นๆใน Battle In The Sky กับดนตรีที่หนักเครื่องจนแทบขนลุก
Hypnosis And Flashback เพลงทำนองเวิ้งว้างที่ส่งอารมณ์ต่อให้เพลงมันส์ๆอย่าง Cafe Attack แต่ก็ยังโดดเด่นไม่เท่า Rooftop Showdown ที่ตัวเพลงไม่เน้นเอามันส์มาก แค่พอระทึกแต่ก็สามารถสร้างบรรยากาศที่โอ่อ่าและน่าสะพรึงได้อย่างน่าทึ่ง
The Altar, Buraki, D-War, และ Farewell ทั้ง 4 เพลงนี้คือเพลงเดียวกันเพียงแต่ตัดแยกเป็นช่วงๆนั้น ซึ่งคิวเพลงที่เป็นไฮไลท์ของอัลบั้มนี้ถูกใช้ประกอบฉากต่อสู้ในตอนท้ายของเรื่อง โดยสามช่วงแรกเรียกได้ว่าเป็นความมันส์โหมกระหน่ำแบบไม่ยั้งๆและฟังดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นที่สุด ทำนองดนตรีหลักๆของ Action Score ที่ผ่านมาถูกนำมาเรียบเรียงเข้ากันได้อย่างดี มีการใช้เครื่องดนตรีทุกอย่างอย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะการร้องสุดบ้าคลั่งของวงคอรัสที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจในการยกระดับความมันส์ให้เพลงเหล่านี้เลยก็ว่า
หลังจบสามช่วงแรกก็เข้าสู่อารมณ์ของการจากลาในเพลง Farewell ซึ่งเป็นการหยิบ Love Theme มาประยุกต์ใช้โดยสามารถต่อยอดให้กลายเป็นท่วงทำนองที่แม้จะเศร้าสร้อยแต่ก็ยังงดงามและทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง
ปิดอัลบั้มด้วยเพลงที่ไม่พูดถึงไม่ได้ Arirang ซึ่งเป็นการนำเพลงพื้นบ้านเกาหลีมาปรับใช้เข้ากับการบรรเลงด้วยวงดนตรีออเคสตร้าและการขับร้องด้วยวงคอรัสสุดยิ่งใหญ่ โดยตัวเนื้อเพลงในที่นี้ก็เกี่ยวกับจากลาอยู่แล้ว เพลงนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นการทิ้งท้ายอีกหนึ่งความประทับใจให้แก่ผู้ฟังที่ขนาดผู้กำกับยังยกนิ้วให้
โดยสรุป งานสกอร์พลังสูงเรื่องนี้ คือ งานเพลงแนวตะวันออกชิ้นแรกของ Steve Jablonsky ที่แม้เน้นสร้างความเอพิคสไตล์ตะวันออกจากดนตรีออเคสตร้าและอิเล็กทรอนิกส์แถมยังมีกลิ่นอาย Transformers นิดๆด้วยความที่ Jablonsky รับทำงานในเวลาไล่เลี่ยกัน (โปรดสังเกตบางทำนองให้ดี) กระนั้นแล้วเขาก็ยังสามารถดึงความเป็นเกาหลีผ่านองค์ประกอบเหล่านั้นออกมาได้อย่างน่าภาคภูมิครับ

Final Score: 8.5


Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: