Ramin Djawadi – Clash of the Titans (2010)

01. The Storm That Brought Me To You (3/5)
Performed By Neil Davidge, Tina Dico, Ramin Djawadi

02. There Is A God In You (5/5)

03.Perseus (5/5)

04. You Can’t Hide From Hades (4/5)

05. Medusa (5/5)

06. Scorpiox (5/5)

07. Argos (3/5)

08. You Fall, You Die (3/5)

09. Written In The Stars (3/5)

10. Pegasus (3/5)

11. Bring Everything (But The Owl) (3/5)

12. Killed By A God (3/5)

13. Djinn (3/5)

14. Eyes Down (4/5)

15. You Were Saved For A Reason (3/5)

16. Redemption Through Blood (4/5)

17. I Have Everything I Need (3/5)

18. King Acrisius (3/5)

19. It’s Expensive Where You’re Going (3/5)

20. Be My Weapon (3/5)
Performed By Neil Davidge

21. The Best Of Both (4/5)

22. Release The Kraken (5/5)

23. It’s Almost Human Of You (4/5)

ภาพยนตร์ Action/Adventure อิงตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณที่รีเมคมาจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันในปี 1981 โดยยังคงเนื้อเรื่องหลักไว้เช่นเดิม ยกเว้นในส่วนของตัวละครและลำดับเหตุการณ์ที่มีการแต่งแต้มเสริมอะไรนิดอะไรหน่อยซึ่งอาจทำให้ดูเบาในส่วนของดราม่าไปบ้าง แต่ก็ทดแทนด้วยความมันส์แบบระห่ำที่คุณจะต้องชอบ
ในส่วนของดนตรีประกอบมีการเปลี่ยนมือแบบกระทันหันจาก Craig Armstrong มาเป็น Ramin Djawadi ด้วยเหตุผลบางประการ จึงทำให้ Djawadi มีเวลาแต่งดนตรีประกอบเพียงสามสัปดาห์ กระนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูจะน่าพอใจอยู่บ้าง
ความท้าทายของ Djawadi นอกจากเวลาที่กระชั้นชิด คือ การลองงานดนตรีใหม่ๆโดยเน้นไปทางวงออเคสตร้าและคอรัสให้มากขึ้นเพื่อให้เข้ากับความเป็นหนังยุคกรีก แล้วค่อยเพิ่มความซาบซ่าด้วยซินธิไซเซอร์หรือเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆอีกหน่อย ซึ่งออกแนวตรงข้ามกับงานดนตรีใน Iron Man พอตัวเลยทีเดียว
รายชื่อเพลงในอัลบั้มไม่ได้เรียงเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องเท่าไรนัก โดยจะเน้นไปทางอารมณ์ที่ต่อเนื่องอย่างที่รู้กันดี
There Is A God In You เพลงสั้นๆที่แนะนำเมนธีมตัวแรกด้วยเครื่องสายสุดเร้าใจและเครื่องเป่าสุดยิ่งใหญ่ แล้วแน่นอนว่าเมนธีมยังไม่หมดแค่นี้ เลยขอต่อด้วยเพลง Perseus ซึ่งถือว่าเป็นงานชิ้นเอกของอัลบั้มเลยก็ว่าได้ สำหรับตัวเพลงแบ่งเป็นดนตรีสองส่วน คือ เมนธีมตัวที่สองในครึ่งแรกซึ่งเน้นไปทางดราม่าสะเทือนอารมณ์ และเมนธีมเท่ห์ๆอีกตัวในครึ่งหลังซึ่งเน้นความองอาจบวกความยิ่งใหญ่ ทั้งหมดนี้เพื่อแสดงความเป็น Perseus ตัวเอกครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพผู้กล้าต่อกรศัตรูทั่วสารทิศ
You Can’t Hide From Hades เปิดตัวด้วยการไล่ระดับเชลโล่สุดสะพรึง (อารมณ์ประมาณ Jaws ก็ว่าได้) แล้วต่อด้วยเมนธีมซึ่งถูกนำมาประยุกต์เป็นดนตรีด้านมืดชวนผวาเพื่อสื่อถึง Hades เทพเจ้าแห่งยมโลก
Medusa หลอนและวังเวงเป็นที่สุดโดยเฉพาะเสียงร้องที่ลอยมาแตะหูเป็นพักๆ สื่อถึงสตรีเลอโฉมผู้กลายมาเป็นปีศาจที่ชายใดมิอาจสบตาของเธอได้ Scorpiox คือ Action Score ชิ้นแรกของอัลบั้มกับความเร้าใจใส่ไม่ยั้ง ส่วนผสมของเครื่องเป่า เชลโล่ไฟฟ้าและซาวด์ดีไซน์สุดแนวจากดนตรีอิเล็กทรอนิกส์โดยนำเมนธีมมาประยุกต์ได้เก๋ไก๋สุดๆ
Argos เพลงเบาอารมณ์ในบรรยากาศโบราณๆ ฟังเพลินไปกับเสียงเครื่องดีดนานาและเพอคัสชั่นอ่อนๆ You Fall, You Die เพลงสุดแนวที่ขายเสียงเคาะและกีตาร์สุดเกรี้ยวกราดเป็นหลัก Pegasus เพลงเบาๆอันงดงามที่ฟังแล้วเหมือนจะได้ขึ้นสวรรค์ แต่เสียดายดนตรียังแอบไม่เต็มที่เท่าไหร่เลย
Djinn สื่อถึงเจ้าแห่งทะเลทรายด้วยเสียงสังเคราะห์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ Eyes Down เป็น Action Score ประกอบฉากต่อสู้กับ Medusa โดยมีลักษณะเป็นดนตรีจังหวะผ่อน-หนักปนบรรยากาศแบบหนังสยองขวัญ ซึ่งอาจเรียบเรียงไม่ปะติดปะต่อดีนักแต่ในส่วนจังหวะหนักของเพลงเรียกได้ว่าเป็นการเล่นดนตรีออเคสตร้าที่บ้าระห่ำแบบสุดๆกันไปเลย
Redemption Through Blood อีกเพลงเกี่ยวกับ Hades โดยจุดเด่นของเพลงอยู่ที่ดนตรีและคอรัสกราดเกรี้ยวในครึ่งหลัง Release The Kraken ตัวนี้เป็น Action Score ชิ้นสุดท้ายและอีกหนึ่งงานชิ้นเอกของอัลบั้ม ตั้งแต่การเปิดตัวด้วยดนตรีอลังการเหมือนเพลงคลาสสิค ต่อด้วยการเล่นดนตรีประยุกต์จากเมนธีมครบทั้งสามตัวที่ฟังดูเหนือชั้นกว่าผ่านๆมา เรียกได้ว่าเป็นการบรรเลงดนตรีอันแสนจะเร้าใจจนแทบคุณจะเกรงไปทั้งตัว
It’s Almost Human Of You เพลงปิดอัลบั้มและเพลงจบเรื่องกับการเล่นเมนธีมในทำนองที่สวยงามและชวนซาบซึ้งก่อนที่จะทิ้งท้ายกันด้วยเมนธีมเท่ห์ๆของ Perseus แต่ก็เสียอย่างที่ทำนองสวยงามที่ว่ามันช่างสั้นไปนิดจริงๆ
สำหรับเพลง The Storm That Brought You To Me และ Be My Weapon จะเรียกว่าเป็นของแถมก็ไม่แปลกเพราะเพลงเหล่านี้ไม่ปรากฏในตอนใดๆของหนังเลย แถมยังรู้สึกว่าที่ใส่มานี้มันช่าง Out of place เสียจริงๆ กระนั้นแต่ละเพลงก็มีจุดยืนของตัวเองที่ค่อนข้างชัดเจนซึ่งเชื่อมโยงไปยังตัวหนังได้ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับโชคชะตาใน The Storm That Brought You To Me เพลงร้องอิเล็กทรอนิกส์ในทำนองดนตรีล่องลอยชวนฝันเช่นเดียวกับเสียงร้องซึ่งเป็นการร่วมมือกันของ Neil Davidge จากวง Massive Attack, Tina Dico และ Ramin Djawadi ขณะที่เพลง Be My Weapon เปรียบได้กับเวอร์ชั่น Remix จากดนตรีหลายหลายส่วนรวมถึงเมนธีมที่ Djawadi แต่งขึ้น ซึ่งส่วนตัวผมเห็นว่าตัวเพลงยาว 10 นาทีนี้ค่อนข้างยาวเกินจำเป็น ออกจะน่าเบื่อไปด้วยซ้ำ แต่เพลงพิเศษๆแบบก็แล้วแต่คนจะชอบล่ะครับ
ดนตรีประกอบเรื่องนี้อาจไม่ใช่มิติใหม่สำหรับ Remote Control Productions แต่เป็นดนตรีที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ Ramin Djawadi แสดงให้เห็นว่าเขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้ความสามารถจากการทำงานกับ Hans Zimmer ได้ระดับนึงเลย (แล้วใครจะรู้? ถ้าเวลาไม่กระชั้นนัก Djawadi อาจทำสกอร์ออกมาเต็มที่กว่านี้ก็เป็นได้)

Final Score: 7.5/10

Buy It @Boomerang

Listen to the full track of “Perseus” Click Here


Advertisements

5 Responses to “Ramin Djawadi – Clash of the Titans (2010)”

  1. aCtDeltAS Says:

    น่าตลกสิ้นดีที่ Score ชุดนี้ตอนฟังเพียวๆได้อารมณืกว่าตอนดูหนังมากๆ ยังไงก้ตามคิดถึงสไตล์อิเลคทรอนิคของ Ramin ชะมัด แต่ในอัลบั้มนี้ผมดันโดนกับเพลงของ Neil Davidge มากกว่า!!!

  2. ขอบคุณมากครับ คนดีของสังคม *0*

  3. […] Clash of the Titans และกำลังมีอีกงานที่กำลังมาถึงคือ […]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: