J. Peter Robinson – Wes Craven’s New Nightmare

Tracklist
01 Playground
02 A New Nightmare Begins
03 And Now … Heeeere’s Freddy
04 Heather And Chase Theme
05 Scratches
06 Phone Calls
07 The Glove Goes Berserk
08 Heather’s Departure
09 Dylan Tells Heather About Chase
10 Heather’s Concern
11 Bedtime Story (Dylan’s Theme)
12 Chase’s Blues
13 The Claw And Chase’s Death
14 The Police Tell Heather About Chase
15 The Funeral
16 The Park
17 Nosebleed
18 Robert’s Painting
19 The Claw In Heather’s Bed
20 Attack
21 Heather Reassures Dylan
22 Wes Craven’s Nightmare
23 Never Sleep Again!
24 Miss Me
25 Oxgentyton
26 Everything’s Not All Right!
27 The Freeway
28 Transformation
29 Bread Crumbs
30 Freddy’s Netherworld
31 Script, Freddy’s Attack
32 Tongue, Escape
33 Safe At Last

Wes Craven’s New Nightmare คือการกลับมาของผู้กำกับ Wes Craven พร้อมรูปแบบใหม่ของA Nightmare on Elm Street ในเวอร์ชั่นหนังซ้อนหนัง โดยเป็นเรื่องราวหลังจากที่ A Nightmare on Elm Street เป็นหนังสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จท่วมท้น Heather Langenkamp มีครอบครัว ได้ดำเนินชีวิตการงานต่อไปเช่นเดียวกับเพื่อนๆนักแสดงร่วมคนอื่น ต่อมาเนื่องจากความสำเร็จของหนังก็ย่อมมีการสร้างภาคต่อตามมา ทว่าบางสิ่งบางอย่างจากโลกภาพยนตร์กลับพยายามก้าวก่ายมาสู่โลกความจริงอย่างเหลือเชื่อ ไม่นานนัก Chase สามีของ Heather ก็เสียชีวิตลงอย่างน่าสงสัย ทำให้เธอต้องหาทางปกป้อง Dylan ลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ แล้วด้วยความช่วยเหลือจาก Wes Craven และสิ่งที่อยู่ในบทสำหรับหนังภาคใหม่ของเขา Heather ต้องกลับมารับบท Nancy Thompson ในชีวิตจริงเพื่อส่ง Freddy Krueger กลับไปที่ที่มันควรอยู่ให้ได้
J.Peter Robinson อีกหนึ่งคอมโพเซอร์ชาวอังกฤษผู้รับหน้าแต่งดนตรีประกอบให้ TV เป็นส่วนมากมารับผิดชอบดนตรีประกอบเรื่องนี้ โดยได้เลือกใช้ดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์แล้วก็ไม่ลืมที่จะนำธีมของ Bernstein มาใช้เช่นภาคที่ผ่านๆมา
ความท้าทายของ Robinson และความคาดหวังจากแฟนๆ Score ประกอบหนังแฟรนไชส์ในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นรสชาติใหม่ๆ หลังจากภาคก่อนๆใช้พวกเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อย่างซินธิไซเซอร์มาซะชินหู แล้วไหนจะยังผิดหวังกับดนตรีออเคสตร้าที่ค่อนข้างล้มเหลวของ Christopher Young ในภาค 2 อีก งั้นลองมาดูกันว่า Robinson จะสร้างสรรค์ชีวิตชีวาใหม่ๆเช่นเดียวกับหนังนิ้วเขมือบแหวกแนวเรื่องนี้ได้หรือไม่
สำหรับรายชื่อเพลงที่เห็นเยอะแบบนี้ก็ต่างจากกรณีภาค 5 ตรงที่เพลงเหล่านี้เฉลี่ยเริ่มตั้งแต่วินาทีถึง 3 นาทีและหลายหลายเพลงก็เป็นเพลงยาวที่เพียงแต่ถูกตัดเป็นแทร็คๆไปแค่นั้นเอง
Playground, A New Nightmare Begins และ And Now … Heeeere’s Freddy เป็นเพลงเปิดเรื่องที่ค่อนข้างให้นิยามตัวหนังในภาคนี้ได้ดี จากคิวแรกที่บิ๊วอารมณ์ให้เพลงถัดที่นำเมนธีมสุดคลาสสิคของ Bernstein มาเล่นอีกทีผ่านซินธิไซเซอร์ซึ่งทำให้หวนรู้สึกถึงดนตรีภาคแรกไม่ใช่น้อยก่อนที่จะดัดแปลงเมนธีมหลอนๆนี้มาเป็นเมนธีมใสๆเหมือนเพลงประจำรายการ TV ยังไงยังงั้นในคิวสุดท้าย (คงพอเดากันได้จากชื่อเพลงที่สามนี้)
Heather And Chase Theme ธีมครอบครัวของ Heather และสามีของเธอกับความสดใสอบอุ่นจากดนตรีออเคสตร้าเบาๆเคล้าเปียโน ซึ่งไปต่อกับเพลง Scratches ที่แค่ได้ยินเสียงดนตรีชวนสะดุ้งและเมนธีมตัวเดิมก็คงรับรู้กันได้แล้วว่าบางสิ่งชั่วร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
Phone Calls เบาๆหลอนๆไม่มีอะไรมากแต่ส่งต่ออารมณ์ไปให้เพลงสุดเข้มข้นอย่าง The Glove Goes Berserk กับดนตรีออเคสตร้าอันหนักแน่นและโกลาหลเป็นที่สุด แล้วจึงมาผ่อนดนตรีกันกับบรรยากาศที่ล่องลอยแอบหลอนในเพลง Heather’s Departure
Dylan Tells Heather About Chase เปิดตัวด้วยดนตรีระทึกให้ตื่นเต้นกันพอหอมปากหอมคอ แล้วจึงเข้าสู่ท่อนผ่อนหลอนๆซึ่งส่งต่ออารมณ์ไปให้เพลง Heather’s Concern ที่เครื่องสายและเพอคัสชั่นก่อตัวสร้างบรรยากาศสุดกดดันพร้อมเสียงให้พอสะดุ้งกันเป็นระยะๆ ตามด้วย Bedtime Story (Dylan’s Theme) กับเสียงเครื่องสายและเปียโน เป็นดนตรีน่ารักๆแต่อาจไม่ไร้เดียงสาเสมอไปเพราะธีมที่คุณรู้ๆกันก็ถูกนำแทรกไว้อย่างเนียนไปด้วย
Chase’s Blues และ  The Claw And Chase’s Death จากคิวแรกซึ่งเป็นดนตรี Rock สุดจ๊าบ เข้าสู่เพลงหลอนๆเงียบๆกับเซอร์ไพร์สแบบถึงฆาตที่เอาให้ขวัญกระเจิงได้ระดับหนึ่ง
The Police Tell Heather About Chase เพลงแห่งความสูญเสียกับสภาวะที่มึนงงและชวนสงสัย ส่งต่ออารมณ์ไปให้เพลง The Funeral กับคอรัสงานศพสุดหมองสั้นๆตอนเปิดเพลงก่อนที่จะภัยคุกคามบางอย่างปรากฏออกมาในรูปของดนตรีระทึกขวัญพอประมาณก่อนที่จะกลับสู่สภาวะปกติกันอีกครั้ง
เพลงไฮไลท์ของอัลบั้ม The Park จากดนตรีเบาๆน่าฉงน สู่คอรัสเด็กเบาๆให้ได้บรรยากาศอันไม่แน่นอน ตามด้วยดนตรีออเคสตร้าเบาะๆเอาหลอนที่ค่อยๆเพิ่มความหนักแน่น แล้วเสริมด้วยความเกรี้ยวกราดจากคอรัสสุดสะพรึงตอนท้าย Nosebleed พักจากเพลงที่แล้วมาสู่เพลงเบาๆเรื่อยๆแต่ยังคงแฝงบรรยากาศที่น่ากลัวไม่เลิก
Robert’s Painting จากดนตรีน่าสะพรึงที่ค่อยๆเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งสู่ภัยคุกคามเงียบผ่านเสียงพิลึกๆที่เคลื่อนไหวเป็นพักๆในเพลง The Claw In Heather’s Bed
Attack ต่อเนื่องอารมณ์เพลงที่แล้วด้วยเสียงเครื่องสายเบาๆก่อนที่จะจู่โจมด้วยดนตรีสุดคลั่งสั้นๆ ก่อนจะกลับสู่ดนตรีเบาๆพร้อมเสียงร้องคลอแบบลอยๆเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น Heather Reassures Dylan เพลงปลอบเรียกขวัญสั้นๆพร้อมเสียงเปียโนเพราะๆจาก Dylan’s Theme
Wes Craven’s Nightmare ไฮไลท์อีกเพลงที่ขอแนะนำ โดดเด่นด้วยการไล่ระดับดนตรีที่ฟังดูยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อด้วยเพลงหลอนที่ค่อยไม่มีอะไรเลยอย่าง Never Sleep Again! ก่อนที่จะเข้าสู่ดนตรีกระหน่ำแบบมีอะไรแน่นอนในเพลง Miss Me
Oxgentyton ครึ่งแรกของเพลงเป็นดนตรีเบาๆหลอนๆปกติ ขณะที่ครึ่งหลังขอบอกว่าหลอนและวุ่นวายได้ใจ Everything’s Not All Right! หลอนระทึกไปกับบรรยากาศอันไม่แน่นอนก่อนจะระเบิดเต็มที่ในอีกไฮไลท์ของอัลบั้ม The Freeway กับดนตรีสุดโต่งจากการบรรเลงสุดเร้าใจและชวนลุ้นเป็นที่สุดของวงออเคสตร้า
Transformation นี่ก็อีกหนึ่งไฮไลท์ของอัลบั้ม โดยเฉพาะในส่วนของดนตรีที่ลึกลับ แต่มีท่อนสะดุ้งเบาะๆให้พอรับรู้กันได้ ก่อนเข้าสู่คอรัสสุดดุดันในนาทีที่ 2 แล้วจบลงด้วยเมนธีมของ Bernstein ซึ่งสื่อถึงการกลับมาของ Freddy Krueger และ Nancy Thompson ที่ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว Bread Crumbs การตามหา Dylan เริ่มต้นขึ้นจากดนตรีลึกลับชวนค้นหาสู่ดนตรียิ่งใหญ่ในช่วงท้ายซึ่งเป็นการเปิดประตูเข้าสู่โลกของ Freddy ในเพลง Freddy’s Netherworld กับความโอ่อ่าใหญ่โตและน่ากลัวสมชื่อ
Script, Freddy’s Attack และ Tongue, Escape สองแทร็คเพลงเดียวประกอบฉากเผชิญหน้าและหนีตายครั้งสำคัญ แน่นอนว่าออเคสตร้าและคอรัสถูกนำมาปล่อยเต็มที่ซะได้อารมณ์แบบสุดๆ แล้วต่อด้วยเพลงปิดท้าย Safe At Last ผ่อนคลายไปกับความสงบสุขในท้ายที่สุดด้วยดนตรีเบาๆและเสียงเปียโนจาก Dylan’s Theme แต่ก็ขอทิ้งลายอีกนิดด้วยเมนธีมสุดคลาสสิคและเสียงเด็กกระโดดเชือกร้องเพลงที่ค่อยๆเฟดเอาต์หายไปในที่สุด
เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ดีเกินคาดสำหรับคอมโพเซอร์ชื่อไม่คุ้นหูอย่าง J.Peter Robinson ตัวอัลบั้มก็สามารถบอกเล่าเรื่องราวและตรึงอารมณ์ผู้ฟังได้ดีกว่าอัลบั้มที่ผ่านๆมา ทั้งนี้ยังเป็นงานเพลงออเคสตร้าประกอบหนังสยองขวัญที่มีประสิทธิภาพพอจะเรียกได้ว่ามีองค์ประกอบดนตรีที่ดีกว่า Score ของหนังนิ้วเขมือบที่ผ่านๆมาก็ว่าได้ (แต่เมนธีมของ Bernstein ก็ยังคงคลาสสิคไม่เสื่อมคลายเช่นเดิม)
ปล. ถ้าจะขอติก็คงเป็นการตัดเพลงเป็นแทร็คยิบย่อยเสียจนถ้าจะเอามาฟังแยกให้ได้อารมณ์เป็นเพลงๆไปก็คงต้องไปพึ่งโปรแกรมตัดต่อกัน แล้วที่น่าเสียดายอีกอย่าง คือ ดนตรี End Credit ที่เรียบเรียงซะดิบดี แต่ดันไม่มีในอัลบั้มนี้ซะงั้น

My Score: 8/10


Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: