Rupert Gregson-Williams – The Prisoner (2009)

Tracklist
1. Explosion
(3/5)
2. Everybody Knows Everybody
(5/5)
3. The Ocean (5/5)
4. Two (4/5)
5. Shadows and Nightmares (4/5)
6. 909 (3/5)
7. Tour Bus (5/5)
8. Walk with me (3/5)
9. 313 (4/5)
10. Lucy (5/5) click to listen
11. Six investigates (2/5)
12. Wonkers (5/5)
13. The Ruins (4/5)
14. Blackmail (3/5)
15. Escape Resort (4/5)
16. One Night Together (3/5)
17. Wedding Day (4/5)
18. Waking Up (3/5)
19. Helen (5/5)
20. In the Church (5/5)
21. Suicide (3/5)
22. I Am Not A Number (4/5)
23. The Prisoner Titles (3/5)

มินิซีรี่ย์สแนว Scif-fi สุดลึกล้ำชวนพิศวงของ AMC ที่รีเมคมาจากซีรี่ย์สของอังกฤษชื่อเดียวกันในปี 1967 โดยมีการปรับสถานที่และเหตุกาณ์ให้เข้ากับปัจจุบันและประเทศอเมริกา แต่ก็คงโครงเรื่องเดิมเกี่ยวกับชายชาวนิวยอร์คคนหนึ่ง (Jim Caviezel) ผู้ตื่นขึ้นมาพบว่าเขาอยู่ใน The Village หมู่บ้านที่เหมือนโดนตัดขาดจากโลกภายนอก พร้อมวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนที่มีชื่อเรียกเป็นหมายเลขต่างๆรวมทั้งตัวเขาเองซึ่งก็คือหมายเลข “6” ทั้งนี้ยังมีชายชราท่าทางลึกลับนาม “2” (Ian McKellen) ผู้เป็นที่สรรเสริญของทุกคนในหมู่บ้าน และด้วยความทรงจำเกี่ยวกับโลกภายนอกของ “6” เขาจึงพยายามหนีออกไปจาก The Village ที่เขาเห็นว่าแท้จริงแล้วมันคือที่คุมขังดีๆนั่นเอง
คอมโพเซอร์ Rupert Gregson-Williams น้องชายแท้ๆของคอมโพเซอร์ Harry Gregson-Williams และอีกหนึ่งสมาชิกของ Remote Control Products เช่นเดียวกับพี่ชาย คือ ผู้รับผิดชอบงานดนตรีประกอบมินิซีรี่ย์สทั้ง 6 ตอน แม้ที่ผ่านๆมา Gregson-Williams คนน้องจะค่อนข้างจะโดดเด่นและเป็นที่รู้จักในส่วนของการแต่งเพลงออเคสตร้าให้หนังและการ์ตูนครอบครัวหลายเรื่อง แต่ด้วยความที่ The Prisoner มีสถานที่เสมือนโลกสมมุติ เขาจึงเลือกใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจทำให้นึกถึงผลงานช่วงแรกเล็กๆน้อยๆของเขาใน Hotel Rwanda (แจ้งเกิดด้วยดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เหมือนพี่ชาย) แต่ครั้งนี้รับรองได้ว่าการทำ Score จากการสังเคราะห์เสียงนั้นไม่ได้หยาบกระด้างแถมเข้าขั้นกว่าผลงานช่วงแรกๆของเขาเสียอีก (แต่คุณก็ต้องเปิดใจให้กับ Score แนวนี้พอสมควรด้วยเช่นกัน)
สำหรับแต่ละเพลงในอัลบั้มไม่ได้เรียงลำดับเหตุการณ์ของซีรี่ย์สทั้ง 6 ตอน แต่เป็นการเรียบเรียงอารมณ์ให้มีลักษณะคล้ายสิ่งที่เกิดขึ้นในซีรี่ย์ส ขณะที่พวกธีมทั้งหลายซึ่งถูกใช้กระจัดกระจายในเรื่องก็ถูกนำมาเรียบเรียงเป็นเพลงๆไปในอัลบั้มจึงทำให้ธีมเหล่านี้มีความบริบูรณ์ของมันเอง ทั้งนี้ยังมีการหยิบเอาธีมเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในเพลงอื่นบ้างแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ขอข้ามเพลงแรกที่ไม่มีอะไรจะกล่าวถึงมากมาเพลงที่สองเลย คือ Everybody Knows Everybody ที่ขอต้อนรับคุณเข้าสู่เพลงธีมของ The Village สถานที่ที่ใครๆก็รู้จัก (หมายเลขของแต่ละคน) กันทั้งนั้น โดยมีเสียงเปียโนในบรรยากาศแบบชิวๆซึ่งสื่อถึงชุมชนอันสงบสุข เรียบง่าย และผู้คนอัธยาศัยดี
The Ocean บทเพลงแห่งมหาสมุทรที่สื่อถึงสถานที่ที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนักใน The Village โดดเด่นอย่างยิ่งด้วยการเสียงกีตาร์และเพอคัสชั่นสังเคราะห์ที่ฟังดูยิ่งใหญ่และปลดปล่อยไม่ใช่น้อย Two เพลงธีมของชายผู้เป็นนับถือยำเกรงของผู้คนใน The Village ซึ่งมาพร้อมเสียงก๊องแก๊งและดนตรีหลากอารมณ์ที่ทำให้ยากที่จะบอกว่าได้ชายผู้นี้มีเจตนาดีหรือร้ายยังไงกันแน่
Shadows And Nightmares เพลงที่ฟังเอาขนลุกได้ระดับหนึ่ง โดยมีการนำธีมของ 2 และ The Village มาใช้ประกอบด้วยในช่วงท้ายๆ 909 เพลงธีมของสายลับผู้คอยเฝ้าดูเหล่าพวกเพ้อฝัน (ผู้ที่เชื่อว่ามีทีอื่นอีกนอกจาก The Village) กับดนตรีในทำนองที่ไม่น่าไว้วางใจแต่ก็ยังแฝงความเป็นดราม่าซึ่งสื่อถึงความคับข้องใจบางอย่าง
Tour Bus, Wonkers และ Escape Resort สามเพลงสั้นๆที่แสดงความเคารพต่อดนตรีในซีรี่ย์สต้นฉบับด้วยอารมณ์เพลงยุค ’60 กับอารมณ์ประมาณเพลงคลาสสิคฟังสนุก ซึ่งที่เด่นจากพวกหน่อยก็เห็นจะเป็น Wonker ที่ออกแนวไปทางเพลงธีมละครเก่าๆของสมัยนั้น
313 เพลงธีมนางเอกของเรื่องผู้เปรียบเสมือนชาวบ้านใน The Village ธรรมดาๆที่กำลังถูกสั่นคลอนความเชื่อด้วยสิ่งที่ 6 พยายามบอกเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ 6 ไม่รู้เกี่ยวกับหญิงสาวผู้นี้คือตัวตนด้านมืดภายในตัวเธอ โดยนำเสนอผ่านดนตรีเบาๆใสๆ ที่ค่อยๆผันเปลี่ยนมาเป็นความหม่นหมองและหดหู่ในช่วงท้าย Lucy เพลงธีมโรแมนติกปนขมขื่นของหญิงสาวอีกคนในโลกแห่งความจริงที่มีบทบาทกับตัวเอกของเราพอสมควร โดดเด่นด้วยเสียงสังเคราะห์พร้อมไวโอลินไฟฟ้าที่เล่นคู่กันได้อย่างบาดใจและสะเทือนอารมณ์สุดๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าตลอด 6 นาทีของเพลงนี้จะเป็นอะไรที่สุนทรีย์หลุดโลกอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
The Ruins เพลิดเพลินไปกับเสียงเปียโน กีตาร์ และเสียงสังเคราะห์ต่างๆในทำนองที่ชวนผ่อนคลายเป็นที่สุด Wedding Day เพลงงานวิวาห์ที่ไม่ใช่ดนตรีสุดโต่งแบบที่หลายคนคิด แต่เป็นความสง่างามในรูปของเพลงเบาๆฟังสบายๆเสียมากกว่า
Helen เพลงธีมมึนๆเหมือนไม่ได้สติของสตรีผู้หนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับ 2 และมีความสำคัญต่อ The Village โดดเด่นด้วยเสียงดนตรีสุดหมองจากไวโอลินไฟฟ้าในครึ่งแรก และดนตรีอันทรงพลังในครึ่งหลังซึ่งมีเสียงสังเคราะห์สุดเข้มเข้ามาช่วยอีกแรง In The Church เพลงประกอบฉากที่มีความลึกซึ้งเชิงจิตวิทยาฉากหนึ่งของเรื่อง ที่แม้จะเป็นดนตรีเบาๆแต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความงดงามและพลังอันแรงกล้าที่แฝงอยู่ตลอดทั้งเพลง
I Am Not A Number เพลงที่ดึงเอาเจตนาอันมุ่งมั่นของตัวละครที่ว่า “I Am Not A Number, I Am A Free Man” ให้แสดงออกมาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ผ่านดนตรีที่ค่อยๆไล่ระดับความหนักแน่นไปจนถึงช่วงท้าย The Prisoner Titles เพลงเปิดซีรี่ย์สสั้นๆกับเสียงสังเคราะห์แบบเข้มๆ ซึ่งเข้าใจว่าที่เพิ่งเอามาใส่ตอนจะจบนี้คงเป็นเพราะต้องการต่อเนื่องอารมณ์จากเพลงที่แล้วและตอกย้ำเจตนาโดยรวมของซีรี่ย์สไปในตัว
ถ้าเทียบกับ Score อิเล็กทรอนิกส์ทำนองเดียวกันนี้ The Prisoner ค่อนข้างโดดเด่นในส่วนของความนุ่มนวลและเสน่ห์ชวนหลงไหลซึ่งมีเอกลักษณ์หรือความแนวเฉพาะตัวที่ทำให้คุณหวนระลึกถึงบรรยากาศในเรื่องได้ไม่ยากครับ (แต่ถ้าใครไม่ได้ดูก็อาจเน้นเสพบรรยากาศเพียวๆซึ่งฟังเพลินไม่ใช่น้อยเลย)

My Score: 8/10

Buy It @Boomerang


Advertisements

One Response to “Rupert Gregson-Williams – The Prisoner (2009)”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: