Harry Gregson-Williams – Prince of Persia: The Sands of Time

Tracklist

01.  The Prince Of Persia (5/5)
02.  Raid On Alamut (5/5)
03.  Tamina Unveiled (4/5)
04.  The King And His Sons (4/5)
05.  Dastan And Tamina Escape (3/5)
06.  Journey Through The Desert (3/5)
07.  Ostrich Race (4/5)
08.  Running From Sheikh Amar (3/5)
09.  Trusting Nizam (3/5)
10.  Visions Of Death (3/5)
11.  “So, You’re Going To Help Me?” (3/5)
12.  The Oasis Ambush (3/5)
13.  Hassansin Attack (4/5)
14.  Return To Alamut (3/5)
15.  No Ordinary Dagger (4/5)
16.  The Passages (4/5)
17.  The Sands Of Time (5/5)
18.  Destiny (5/5)
19.  I Remain performed by Alanis Morissette (5/5)

ภาพยนตร์ผจญภัยยิ่งใหญ่ตระการตาของผู้อำนายการสร้าง Jerry Bruckheimer และผู้กำกับ Mike Newell ที่ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกมสุดฮิต กับเรื่องราวการช่วงชิงและปกป้องอำนาจเหนือกาลเวลาที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบได้ เมื่อ Dastan เจ้าชายนักบู๊ดวงซวยถูกใส่ความว่าปลงพระชนมพระบิดาของตนหลังการยึดกรุง Alamut เขาต้องหลบหนีไปกับ Tamina เจ้าหญิงตัวยุ่งแห่งกรุง Alamut ซึ่ง Dastan ต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยระหว่างนั้นเขาก็ยังได้รู้ความจริงบางอย่างจาก Tamina เกี่ยวกับกริชที่เขาพบใน Alamut ว่าแท้จริงแล้วมันคือกริชวิเศษที่เมื่อมีทรายแห่งกาลเวลาอยู่ด้วยแล้ว ผู้ครอบครองจะสามารถใช้มันในการย้อนเวลาไปแก้ไขอดีตได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ Dastan จึงต้องช่วย Tamina ปกป้องกริชดังกล่าวไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนชั่วที่พยายามช่วงชิงมันเช่นกัน และสิ่งที่ทำให้ Dastan ต้องแปลกใจ คือ คนๆนั้นกลับเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับเขาและพระบิดาของเขาเอง

คอมโพเซอร์ Harry Gregson-Williams หวนมาแต่งเพลงให้ทาง Disney อีกครั้งจากงานดนตรีประกอบภาพยนตร์ The Chronicles of Narnia ที่ผ่านมาซึ่งจัดอยู่ในระดับน่าพอใจทีเดียว แล้วสำหรับ Prince of Persia เขาได้เลือกใช้ดนตรีออเคสตร้าพร้อมซินธิไซเซอร์สไตล์ถนัดมาผนวกเข้ากับเครื่องดนตรีอาหรับที่เล่นจริงปนสังเคราะห์ โดยที่มีจริงๆก็เห็นจะเป็นพวกเครื่องเป่าและเครื่องดีด ขณะที่พวกสังเคราะห์จากเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้แก่เพอคัสชั่นและเชลโล่ไฟฟ้า ซึ่งจะว่าไปมันก็หวนให้คุณนึกถึงดนตรีฝั่งอิสลามใน Kingdom of Heaven พอสมควร

มาเริ่มจากสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้แน่ๆ คือ เมนธีมชวนติดหูซึ่งปรากฏเด่นชัดในเพลง The Prince Of Persia ที่ให้คุณซึมซับสภาพแวดล้อมของเปอร์เซียพร้อมกับให้นิยามเจ้าชาย Dastan และการผจญภัยสุดท้าทายที่เขากำลังจะได้เจอด้วยธีมแนวอาหรับสองตัวจากเครื่องสาย โดยธีมส่วนแรกปรากฏแบบเน้นๆในช่วงต้นและท้ายเพลง ส่วนตัวอีกตัวปรากฏอยู่ช่วงกลางเพลง (ที่มีกลิ่นอายคล้ายๆ Pirates of the Caribbean อยู่นิดๆนั่นล่ะ)

Raid On Alamut เพลงที่ยาวและน่าประทับใจที่สุด จากการไล่ดนตรีแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปในสองนาทีแรก แล้วต่อด้วยความเข้มข้นขึ้นจากดนตรีออเคสตร้ากระหน่ำพร้อมเพอคัสชั่นสังเคราะห์ที่รัวมาเป็นระยะๆ แกล้มด้วยคอรัสแนวอาหรับอีกนิด ซึ่งจุดหนึ่งที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวคือการบรรเลงธีมตัวที่สองในช่วงท้ายๆที่ฟังดูอลังการเสียเหลือเกิน

Tamina Unveiled ให้นิยาม Tamina เจ้าหญิงผู้สูงส่งงดงามแห่ง Alamut ด้วยทำนองอาหรับหรูหราอลังการซึ่งทำนองดังกล่าวนี้ปรากฏให้ได้ยินกันจริงๆก็หลังผ่านนาทีแรกที่เป็นการเล่นเมนธีมผ่านฟลุ้ตไปแล้ว The King And His Sons ฟังสบายๆเรื่อยๆพอเอาซึ้งกับดนตรีเบาๆที่สื่อถึงความสัมพันธ์ของบิดาและเหล่าโอรสทั้งสาม

Dastan and Tamina Escape เพลงอารมณ์โกลาหลได้มาตรฐานตามชื่อไปงั้นๆ แต่ที่ไม่ธรรมดาหน่อยก็เห็นจะเป็นดนตรีอาหรับปนเพอคัสชั่นรัวๆในนาทีที่ 3 ซึ่งมันคือธีมรองสำหรับทรายแห่งกาลเวลานั่นเอง Ostrich Race รื่นหูไปกับเสียงเครื่องสายที่แม้จะเป็นเพลงสั้นๆแต่ก็มันส์เร้าใจไม่ใช่น้อย

Visions of Death และ Hassassin Attack ล้วนมาความน่าสะพรึงจากเสียงสังเคราะห์สไตล์นินจาและเครื่องเป่าแนวอาหรับเพื่อสื่อถึงมือสังหาร Hassassin ซึ่งกลายเป็นธีมรองสำหรับตัวร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเพลงแรกก็แค่เสิร์ฟไปงั้นๆ แต่เพลงหลังนี่มีดีขึ้นมาหน่อยตรงความระห่ำที่เร้าใจใช้ได้เลย No Ordinary Dagger เปิดตัวอย่างโดดเด่นด้วยการบรรเลงเมนธีมตัวที่สองในทำนองสุดยิ่งใหญ่ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงของดนตรีแนวอาหรับพร้อมเสียงสังเคราะห์ไปจนจบ

The Passages เปิดตัวได้โอ่อ่ายิ่งใหญ่ก่อนเข้าสู่ช่วงดนตรีลุ้นระทึกที่ปูทางไปสู่อีกหนึ่งเพลงที่ยอดเยี่ยมอย่าง The Sands Of Time ซึ่งนอกจากจะโดดเด่นในส่วนของเพอคัสชั่นและเครื่องสายหนักๆแล้วก็ยังโดดเด่นในส่วนของดราม่าสั้นๆที่คั่นในช่วงกลางเพลงโดยนำธีมตัวแรกมาประยุกต์ใช้ได้อย่างน่าทึ่งและถึงอารมณ์ซึ่งช่วยเสริมพลังให้กับตัวเพลงรวมๆได้อย่างดีเช่นเดียวกับฉากไคลแม็กซ์ของหนัง โดยสุดท้ายเพลงนี้ก็จบลงอย่างสงบด้วยธีมของทรายแห่งกาลเวลา (บอกใบ้กันพอสมควรเลยนะเนี่ย)

Destiny เพลงจากตอนจบของหนังซึ่งเป็นการนำธีมทั้งสองตัวมาเรียงร้อยต่อกันในทำนองผ่อนคลายและสวยงาม แล้วจึงตามด้วยทำนองดนตรียิ่งใหญ่ในช่วงท้ายที่เปรียบได้กับนัยแห่งความหวังบางอย่างที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

ปิดอัลบั้มด้วย I Remain อีกหนึ่งธีมของตัวหนังในรูปของเพลงร้องที่แต่งและร้องโดย Alanis Morissette ที่แม้จะไม่มีความเกี่ยวโยงกับส่วนของ Harry Gregson-Williams ทั้งตัวสกอร์และการ Co-Written แต่ก็ยังแฝงความเป็นดนตรีอาหรับในแบบฉบับของตนเองแล้วช่วยเติมความโรแมนติกที่ไม่ปรากฏในสกอร์ของคอมโพเซอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม

Prince of Persia: The Sands of Time เป็นงานสกอร์ฟังเพลินที่น่าจะพอทำให้รู้สึกหายอยากโดยเฉพาะใครที่ต้องการได้ยินเสียงดนตรีออเคสตร้าสไตล์ Harry Gregson-Williams ที่นานๆจะมาโฉ่งฉ่างได้ใจขนาดนี้ แต่ถ้าใครต้องการอะไรที่ล้ำลึกและสุดยอดเช่นผลงานก่อนๆอย่าง Kingdom of Heaven (ในแง่ความเป็นดนตรีอาหรับ) และ Narnia (ในแง่การใช้ดนตรีออเคสตร้าและคอรัส) ก็คงต้องผิดหวังกันเล็กน้อยด้วยความที่เพลงกว่าครึ่งของอัลบั้มเป็นแค่งานดนตรีเพื่อความบันเทิงแบบเผินๆกลางๆนั่นเองครับ

Final Score: 7.5

Buy It @Boomerang

Advertisements

3 Responses to “Harry Gregson-Williams – Prince of Persia: The Sands of Time”

  1. หนังสนุกมากครับชอบเอฟเฟกมากเลย

  2. สุดๆอะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: