Atli Örvarsson – Babylon A.D.

Tracklist
01. Aurora’s Theme (Agnus Dei)
(5/5)
02. Babylon Requiem (5/5)
03. Aurora Borealis (4/5)
04. Leaving The Monastery (4/5)
05. The Cold Walk (3/5)
06. Too Many Refugees (5/5)
07. Aurora and Toorop (4/5)
08. Snow Travel (4/5)
09. Rover Chase (4/5)
10. Entering New York City (4/5)
11. Mystery Package (3/5)
12. Skyscraper (3/5)
13. The Marketplace (3/5)
14. Toorop Is Home (4/5)
15. The Monastery Is Destroyed (3/5)
16. Train Travel (4/5)
17. Are You Afraid To Die? (3/5)
18. Are You A Killer, Mr. Toorop? (3/5)
19. Sister Rebecca (3/5)
20. Future Vision (3/5)
21. Save The Planet (3/5)
22. Leaving The Monastery (Fox Version) (4/5)
23. One Child At A Time (4/5)

ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Babylon Babies ของ Maurice G. Dante บอกเล่าเรื่องราว Toorop นายทหารรับจ้างผู้อยากออกมาใช้ชีวิตสงบๆกับเขากับบ้าง แต่เมื่อขึ้นหลังเสือแล้วก็ยากที่จะลง วันดีคืนดีเขาถูกนายจ้างเก่าลากตัวไปทำภารกิจลักลอบขนส่งสินค้าข้ามแดน เพียงแต่ครั้งนี้สินค้าของเขา คือ Aurora เด็กสาวท่าทางอ่อนต่อโลกจากสำนักชี Noelite Convent ทั้งนี้ยังมีซิสเตอร์ Rebecca ผู้ดูแลส่วนตัวของเธอที่ขอติดตามไปจนถึงปลายทางซึ่งก็คือนคร New York สำหรับ Toorop มันดูเหมือนเป็นงานง่ายๆชิ้นหนึ่ง ทว่าแท้จริงแล้วเด็กสาวผู้นี้คือผลลัพธ์จากการทดลองสุดล้ำที่สามารถพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้และนำอำนาจมาสู่ผู้ที่ได้ครอบครอง ทั้งนี้เมื่อเขาได้รู้จัก Aurora มากขึ้น จรรยาบรรณในอาชีพของเขาก็เริ่มสั่นคลอน เริ่มรู้ผิดชอบชั่วดี นำมาซึ่งภาระอันหนักอึ้งที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล
ในปี 2008 ถือได้ว่าเป็นปีทองสำหรับ Atli Örvarsson เพราะเขารับแต่งดนตรีประกอบให้หนังใหญ่ถึงสองเรื่อง คือ Vantage Point และ Babylon A.D. เรื่องนี้ โดยถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ดีไม่ใช่น้อยสำหรับคอมโพเซอร์หน้าใหม่ของ Remote Control Productions คนนี้ และแน่นอนว่า Hans Zimmer ก็มีเกี่ยวข้องในส่วนของการเป็นที่ปรึกษาและอำนวยการสร้างสกอร์ชุดนี้ ทำให้อัลบั้ม Soundtrack ของ Babylon A.D. ได้ถูกผลิตออกมาเป็นแผ่นจำหน่ายให้คนทั่วไปได้สัมผัสกัน
จากผลงานแรกที่ได้ฟังกันใน Vantage Point  จะเห็นได้ว่า Örvarsson ถนัดการเล่นพวกเสียงสังเคราะห์พอสมควร แต่สำหรับเรื่องนี้เขาได้ยกระดับตัวเองไปอีกขั้นด้วยการนำเอาดนตรีออเคสตร้าและคอรัสมาใช้ให้เพื่อให้ Score ชุดนี้มีความยิ่งใหญ่และหนักแน่น ขณะเดียวกันก็ดูละเอียดอ่อนในส่วนของดราม่าที่ตัวหนัง(พยายาม) สื่อออกมาเช่นกัน
สำหรับการเรียงเพลงในอัลบั้มก็อยู่ในลักษณะเดียวกับ Vantage Point คือไม่เรียงตามเหตุการณ์ในหนัง แต่เน้นเรียงเพลงให้อารมณ์ต่อเนื่องและถูไถไปจนจบได้ และเป็นที่รู้กันว่าเพลงเด็ดๆมักถูกนำมาเสนอในช่วงต้นๆของอัลบั้ม ดังนั้นผมก็ขอแนะนำไฮไลท์สองตัวแรกเลย คือ Aurora’s Theme (Agnus Dei) และ Babylon Requiem ซึ่งจะสังเกตได้ว่าทั้งคู่ล้วนนำเมนธีมของอัลบั้ม (ซึ่งมีอยู่ตัวเดียว) มานำเสนอในอารมณ์ที่แตกต่างกันไปอย่างกรณี Aurora’s Theme (Agnus Dei) จะออกแนวใสๆ มีความขลังตามแบบดนตรีโบสถ์โดยเฉพาะในส่วนของคอรัสที่งดงามไร้ที่ติ ซึงนอกจากจะสมกับที่เป็นธีมของตัวละครนี้แล้ว มันก็ช่างเป็นเพลงที่ฟังดูสวยงามและรื่นรมณ์เป็นที่สุด ส่วนอีกเพลงอย่าง Babylon Requiem จะออกแนวคลาสสิคแบบดุๆ มีการเล่นคอรัสหลายระดับควบคู่ไปกับเครื่องสายและเพอคัสชั่นสังเคราะห์ที่ฟังดูดีไม่ใช่เล่น แถมยังสมบูรณ์ได้อารมณ์ด้วยความเป็นแอ๊คชั่นและดราม่าพลังสูงไปในตัว โดยเพลงนี้ถูกนำมาใช้ประกอบฉากชุลมุนในช่วงเกือบท้ายของหนัง (แต่ในหนังยาวกว่านี้)นั่นเอง
ส่วนเพลงที่เหลือก็เป็นช่วงของการพยุงอารมณ์ผู้ฟังให้อยู่หมัด โดยยังคงพยายามใช้เมนธีมให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่ฟังดูสวยงามไม่แพ้เพลงต้นฉบับอย่าง Aurora Borealis หากแต่มีการเปลี่ยนให้เปียโนและดนตรีสังเคราะห์มามีบทบาทนำแทนที่หรือเด่นกว่าคอรัส ซึ่งเพลงลักษณะนี้ก็ยังมีอยู่กระจายทั่วอัลบั้ม เช่น เพลง Aurora and Toorop, Toorop Is Home, Are You A Killer, Mr. Toorop? และสุดท้าย One Child At A Time เพลงปิดอัลบั้มที่ฟังดูสงบและมีความสวยงามใกล้เคียงกับ Aurora’s Theme มากที่สุด
Leaving The Monastery เพลงที่เหมือนบทคัดย่อของ Babylon Requiem แต่จะเน้นไปทางเครื่องสายและเสียงสังเคราะห์มากกว่า ซึ่งในอัลบั้มก็มีมาให้ฟังกันถึงสองเวอร์ชั่น โดยถ้าใครชอบดนตรีหนักๆ ผมก็ขอแนะนำเวอร์ชั่นนี้ แต่ถ้าใครชอบแนวเบาๆลงมาหน่อยแล้วอยากได้ยินคอรัสชัดๆ ผมก็ขอแนะนำให้ไปฟังของเวอร์ชั่น Fox จะดีกว่า
Too Many Refugees เพลงที่ใช้ประโยชน์จากคอรัสได้สูงสุดควบคู่ไปกับเสียงสังเคราะห์ ทั้งการสร้างดนตรีในภาวะที่อลหม่านวุ่นวาย สูญเสีย และอึดอัดตามลำดับ โดยเฉพาะส่วนหลังนี่จำลองเสียงเรือดำน้ำซะได้บรรยากาศเหมือนในหนังเลยเชียว Rover Chase หากใครปลื้มแอ็คชั่นสกอร์จากเสียงสังเคราะห์สะใจๆแบบ Vantage Point เพลงนี้คืออีกหนึ่งตัวเลือกดีๆนั่นเอง โดยครั้งนี้ยังได้มีการเพิ่มเครื่องสายเป็นชิ้นเป็นอันเข้าไปด้วย แต่เนื่องจากเพลงในอัลบั้มนี้ออกแนวฟังดูยิ่งใหญ่ไปซะส่วนมาก จึงทำให้เพลงนี้ดูด้อยไปบ้างในมุมมองของผม
ในส่วนสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงอัลบั้มนี้ คือ ดนตรีประกอบฉากเดินทางพร้อมทิวทัศน์สวยๆ ซึ่งได้แก่เพลง Entering New York City และ Train Travel โดยเพลงแรกจะออกแนวเฉื่อยหน่อยๆ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เพลงนี้ฟังดูน่าเกรงขาม ยิ่งมีคอรัสเพิ่มเข้ามาอีก ก็คงไม่ต้องบอกว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นเจ๋งขนาดไหน ส่วน Train Travel มาในทำนองเร็วและคล้ายคลึงกับเพลง Leaving The Monastery ซึ่งทำให้โดดเด่นในส่วนของเสียงสังเคราะห์  พร้อมกับคอรัสในระดับที่เหมือนเสียงกระซิบซึ่งใส่มาเป็นส่วนเสริมเล็กๆน้อยๆ
สำหรับอัลบั้มนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อมองในแง่ที่ว่าเพลงส่วนใหญ่มีมิติมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Vantage Point แต่อาจด้อยลงในส่วนของเสียงสังเคราะห์ที่ดีไซน์ออกมาไม่เจ๋งอย่างที่คิด เนื่องด้วยขอบเขตของหนังที่ไม่มันส์เท่าที่ควร จึงส่งผลให้ความดีความชอบทั้งหมดตกไปอยู่กับความหรูหรายิ่งใหญ่ของดนตรีออเคสตร้าและคอรัสอันแสนจะโดดเด่นในเพลง Aurora’s Theme (Agnus Dei) และ Babylon Requiem ซึ่งส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าเป็นสองสิ่งที่น่าจดจำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกองค์ประกอบของหนังแล้ว

Final Score: 7.5/10

Buy It @Boomerang

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: