Hans Zimmer – The Last Samurai

Tracklist
01. A Way of Life (5/5)
02. Spectres in the Fog (5/5)
03. Taken (4/5)
04. A Hard Teacher (5/5)
05. To Know My Enemy (5/5)
06. Idyll’s End (5/5)
07. Safe Passage (5/5)
08. Ronin (3/5)
09. Red Warrior (5/5)
10. The Way of the Sword (5/5)
11. A Small Measure of Peace (5/5)

ในยุคสมัยของจักพรรดิเมจิอันเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังถูกคุกคามจากโลกสมัยใหม่ของตะวันตก ร้อยเอก Nathan Algren ผู้ไร้จุดหมายในชีวิตหลังสงครามกลางเมืองและการกวาดล้างชาวอินเดียนแดงในอเมริกากำลังจะได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาต้องเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อร่วมรบในศึกกวาดล้างชนดั้งเดิมของญี่ปุ่นซึ่งก็คือซามูไร วันหนึ่งทัพของเขาพ่ายแพ้แต่ด้วยสปิริตที่เขายังคงยืนหยัดสู้ตัวคนเดียว หัวหน้าซามูไร Katsumoto จึงไว้ชีวิตเขาแล้วได้จับเขาไปที่หมู่บ้านของซามูไร ที่นั่นเอง Algrane ได้หวนระลึกถึงตัวตนที่หายไปผ่านการเรียนรู้วิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยเกียรติ์และศักดิ์ศรีของซามูไรซึ่งเปลี่ยนทัศคติของเขาในศึกครั้งนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
ผู้กำกับฝีมือดี Edward Zwick เปลี่ยนโลเคชั่นการทำหนังครั้งใหญ่เช่นเดียวกับการเปลี่ยนคอมโพเซอร์จาก James Horner มาเป็น Hans Zimmer โดย Zimmer ได้สละเรือจากงาน Pirates of the Caribbean มาขึ้นเกาะญี่ปุ่นกับงานสกอร์นี้ด้วยดนตรีออเคสตร้าผสมซินธิไซเซอร์ประกอบกับเครื่องดนตรีญี่ปุ่นอย่างกลองไทโกะ ขิม (โคโตะ) ฟลุ้ต ไวโอลินญี่ปุ่น รวมไปถึงคอรัสสไตล์ชาวญี่ปุ่นซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นเพลงดังต่อไปนี้
เปิดอัลบั้มอย่างงดงามด้วยเพลง A Way of Life กับบรรยากาศชนบทแบบญี่ปุ่นจากฟลุ้ตและเครื่องสาย โดยเมนธีมปรากฏในนาทีที่ 3.25 ผ่านเสียงเครื่องสายเบาๆซึ่งต่อมามีการเสริมด้วยไวโอลินญี่ปุ่นกลายเป็นทำนองแนวดราม่าที่บาดใจกระตุ้นต่อมน้ำตานิดๆ ส่วนธีมตัวที่สองนั้นปรากฏในนาทีที่ 6 กับท่วงทำนองที่องอาจผ่านการเล่นเครื่องเป่าและเครื่องสายโทนต่ำโดยมีเสียงฟลุ้ตเหมือนหอนช่วยเสริมความขลังไปในตัวอีกด้วย (ส่วนนี้แอบคล้ายธีมของ Black Rain หน่อยๆนะเนี่ย) Spectres in the Fog เปิดตัว 1 นาทีแรกด้วยเสียงจากขิมเพราะๆซึ่งไล่อารมณ์ไปถึงจุดพีคด้วยเสียงกลองอันหนักแน่นที่ใส่เข้ามา จากนั้นจึงมาเข้าอารมณ์ตามชื่อเพลงด้วยดนตรีที่เวิ้งว้างจนหลอนด้วยพวกกลองและเพอคัสชั่นอื่นๆที่คอยกระตุกหูเป็นพักๆชนิดยิ่งฟังนานก็ยิ่งถี่และชัดเจนขึ้น ซึ่งทำนองดังกล่าวนี้นำไปสู่ดนตรีแอ็คชั่นมันส์ๆปนผวาซึ่งประยุกต์ธีมซามูไร (ตัวที่สอง) จากเพลงที่แล้วให้ออกมาได้เร้าใจสุดๆ
Taken แนะนำธีมตัวสุดท้ายแบบเป็นนัยด้วยเครื่องสายในหนึ่งนาทีแรกของเพลง ก่อนจะเข้าสู่ทำนองอันแข็งขันซึ่งหยิบเอาทำนองบางส่วนจากธีมซามูไรมาต่อยอดได้อย่างทรงพลัง A Hard Teacher เบาอารมณ์ไปกับทำนองที่ผ่อนคลายสุดขั้วด้วยธีมตัวที่สามผ่านเสียงขิมเคล้าเครื่องสายอ่อนๆช้าๆในครึ่งแรก ก่อนจะตามด้วยทำนองแต่งใหม่ในครึ่งหลังซึ่งผ่อนคลายไม่แพ้กันแล้วจึงจบลงด้วยเสียงระฆัง 4 ครั้งอย่างสงบ
To Know My Enemy เพลงแนวดราม่าในอีกอารมณ์กับทำนองตัวใหม่ที่ฟังดูอ่อนโยนปนโศกด้วยเสียงร้องโหยหวน โดยคั่นอารมณ์ในช่วงกลางเพลงด้วยจังหวะกลองมันส์ๆสั้นๆ จากนั้นจึงกลับเข้าอารมณ์ดราม่าอีกครั้งซึ่งคราวนี้เป็นธีมซามูไรประยุกต์ในทำนองเนิ่บช้าที่เล่นเอาสะเทือนใจกันไม่ใช่น้อย Idyll’s End เปรียบเสมือนเวอร์ชั่นดัดแปลงของ A Way of Life โดยส่วนที่ดัดแปลงนั้นก็ได้แก่ เมนธีมดราม่าที่เพิ่มความอ่อนหวานเข้ามา ขณะที่อีกส่วนคือช่วงก่อนจบของเพลงซึ่งนำธีมที่ตัวสามและธีมซามูไรประยุกต์จาก Taken มาดัดแปลงให้ฟังดูยิ่งใหญ่ขึ้น
Safe Passage นำธีมซามูไรมาเล่นในทำนองที่หดหู่แสนสาหัสเกินบรรยาย แต่ก็จบลงอย่างพอมีหวังในช่วงท้ายๆด้วยเสียงขิมพร้อมทำนองแต่งใหม่เพราะๆจาก A Hard Teacher เล่นคู่ไปด้วย Ronin สั้นๆแต่ทรงพลังพอตัวโดยเฉพาะในส่วนของเพอคัสชั่นสุดกระหึ่มช่วงท้ายๆเสมือนการลั่นกลองรบ
Red Warrior เพลงที่เริ่มจากทำนองปลุกใจไปยังทำนองสู้รบสุดเร้าใจ โดยทีเด็ดของเพลงคือคอรัสสู้ตายอันเปี่ยมไปด้วยพลังในนาทีที่ 1.15 ซึ่งปูทางไปให้ธีมซามูไรประยุกต์สุดมันส์ที่ได้ยินกันใน Spectres in the Fog ได้อย่างยอดเยี่ยม The Way of the Sword เพลงจากฉากไคลแมกซ์ที่มีจุดเด่นคือดนตรีออเคสตร้าโรมรันพร้อมเพอคัสชั่นกระหน่ำชนิดอะดรีนาลีนสูบฉีดจาก 1.05 ถึง 2.35 อันนำไปสู่ดนตรีแห่งความสูญเสียที่ประยุกต์จากเมนธีมซึ่งมีการเครื่องสายและเครื่องเป่าพลังสูงที่จะคั้นน้ำตาจากคุณให้ได้เลยทีเดียว โดยสุดท้ายเพลงนี้จบลงอย่างสงบด้วยการโชว์ลีลาเครื่องสายกว่า 3 นาทีซึ่งฟังแล้วอาจทำให้คุณนึกถึงท่อนเครื่องสายประมาณนี้ในเพลง Journey To The Line ของ The Thin Red Line พอสมควรเลยทีเดียว
ปิดอัลบั้มด้วยบทสรุปแห่งธีมทั้งมวลซึ่งเล่นผ่านเครื่องสายเป็นส่วนใหญ่ใน A Small Measure of Peace กับเพลงที่เหมือนการเดินทางกลับไปยังเพลงแรกสุดในทำนองที่อาลัยอาวรณ์หาที่ติไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีสัญญาณแห่งความสงบสุขแฝงไว้ในท้ายที่สุดนี้
นี่คืออีกหนึ่งผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ Zimmer กับการผสมผสานดนตรีดั้งเดิมฝั่งฮอลลีวู้ดเข้ากับความอ่อนช้อยของดนตรีตะวันออกได้ลงตัวยิ่งกว่าผลงานก่อนๆรวมถึงการสร้างสรรค์ธีมที่กินใจแทบทุกท่วงทำนอง ทั้งนี้ แม้ว่าตัวสกอร์จะมีกลิ่นอาย Black Rain และ The Thin Red Line ในฉบับแอดวานซ์ของ Zimmer เองติดอยู่บ้างก็ตาม นั่นก็ไม่ทำให้เสน่ห์ที่งดงามและแสนจะสุนทรีย์ของงานสกอร์ชิ้นนี้ลดลงแต่อย่างใด (ไม่เจ๋งจริงไม่ได้เข้าชิง Emmy กับชนะรางวัล Satellite Awards นะเนี่ย)

Final Score: 9.5

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: