Steve Jablonsky – Your Highness

“Wonderfully epic and enjoyable! You will extremely be surprised by what kinds of music you can get from this comedy adventure. For Steve Jablonsky, I would like to say this is one of his best works so far!”

Your Highness ภาพยนตร์เอพิคผจญภัยที่นำเรื่องราวอัศวินผู้กล้าที่ช่วยเจ้าหญิงและปราบวายร้ายทั้งหลายมาเสริมเติมแต่งความกวนบาทาสุดจะบรรยาย แม้ผมเองจะยังไม่ได้หนัง แต่เท่าที่ดูจากตัวอย่างและคลิปต่างๆก็พอบอกได้เลยว่ามันจะต้องเป็นหนังฮาอารมณ์เพี้ยนที่ขายความบันเทิง (และนักแสดง) ได้เป็นแน่แท้ทีเดียว

ชื่อคอมโพเซอร์ดาวรุ่งแห่ง Remote Control Productions อย่าง Steve Jablonsky คือสิ่งที่ดึงดูดให้ผมอยากฟังสกอร์นี้ทันทีเมื่อมีโอกาสอันนำมาซึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมอยากรีวิวตัวสกอร์นี้ก่อนดูหนังมากๆ เพราะหลังจากได้ฟังไปรอบหนึ่ง ผมล่ะทึ่งกับความยอดเยี่ยมของดนตรีที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากหนังแนวที่เห็นๆกัน (อย่างน้อยเมื่อมีคำว่า Comedy อยู่ด้วย)

สิ่งที่ผมอยากบอกไว้ก่อนเลยคือเรื่องที่ว่านี่ไม่ใช่สกอร์ภาพยนตร์เอพิคธรรมดาๆแบบเบาสมองที่มาพร้อมดนตรีสุดโต่งแบบเฮฮาๆแต่กลับเป็นความเอพิคที่ฟังดูเอาจริงเอาจัง หนักแน่นและแข็งแกร่งด้วยดนตรีออเคสตร้าพร้อมคอรัสและซินธิไซเซอร์สไตล์ Steve Jablonsky โดยอาจมีแหม่งๆบ้างก็ตรงเรื่องที่สกอร์ชุดนี้มีบางส่วนใส่ความเป็นร็อคเข้ามาอย่างชัดเจนจนผิดยุคไปหน่อย แต่ผมก็มาคิดๆดูว่าถ้าหนังมันจะเพี้ยนแหวกแนวได้ สกอร์จะเพี้ยนหลงยุคบ้างแล้วจะเป็นไรไปในเมื่อยังไงสกอร์เหล่านี้ก็ยังอยู่ภายใต้กรอบของการเรียบเรียงอันยอดเยี่ยมซึ่งผมจะได้กล่าวถึงต่อไป

สำหรับธีมตัวเป้งๆในอัลบั้มนี้เหมือนจะเป็น ธีมตัวละคร Thadeous ที่รับบทโดย Danny McBride กับภาพลักษณ์ที่ดูรั่วๆแต่ก็น่าแฝงอะไรดีๆอยู่ ซึ่งธีมนี้ปรากฏทันทีในเพลงเปิดอัลบั้มสุดยิ่งใหญ่ Let Us Quest! กับครึ่งแรกที่รื่นหูเหลือเชื่อด้วยการใช้ซินธิไซเซอร์ที่ล่องลอยเหมือนไร้กาลเวลาแล้วจึงค่อยๆปลดปล่อยความอลังการด้วยเครื่องเป่า ไวโอลิน และคอรัสตามลำดับ ขณะที่ครึ่งหลังเป็นการโชว์ลีลาร์ออเคสตร้าสนุกๆในกลิ่นอายย้อนยุคเต็มตัว โดยหลังจบเพลงปฐมบทซึ่งเหมือนจะเน้นขายภาพรวมของหนังนี้ไป ขอบเขตทำนองของธีมดังกล่าวก็นำมาปรับใช้ให้ชัดเจนขึ้นในอีกหลายเพลง โดยผมขอแนะนำเพียงบางส่วนที่เป็นแทร็คระดับ 5 ดาวไว้ ณ ที่นี้แทน ซึ่งได้แก่ Goodbye My Tinys, Kill-Trophy And The Warrior’s Birth, Tis I, Thadeous The Hero, และเพลงสุดท้ายที่ผมขอแนะนำ Thadeous ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่ามันขายดนตรีความเป็นตัวละครนี้ขนาดไหน

ถัดมา Isabel The Strong เป็นธีมรองสำหรับตัวละคร Isabel ซึ่งรับบทโดย Natalie Portman ที่เป็นทุกอย่างที่ตรงกันข้ามกับธีม Thadeous เพราะไม่ได้ออกแนวยิ่งใหญ่อลังการและเน้นขายทำนองสนุกๆ แต่เน้นไปทางเมโลดี้เบาๆจากเครื่องเป่าที่ฟังดูสวยงามและสุขุมซึ่งฟังๆไปก็ติดหูไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็ไม่ลืมที่จะใส่ความหนักแน่นให้ Strong สมชื่อด้วยเสียงร้องหญิงแกร่งอันก้องกังวาลในช่วงท้ายเพลง (คาดว่าน่าจะเป็นเสียงของ Lisbeth Scott เพราะคล้ายกับที่ได้ยินในสกอร์ Transformers ภาค 2 มาก)อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ธีมรองก็ยังเป็นรองอยู่ดี ทำให้ธีมตัวนี้ไม่ได้ถูกนำไปปรับใช้อะไร จนโผล่มาอีกทีก็ร่ำลากันแล้วในเพลง ‘Til We Meet Again

งานสกอร์ชิ้นนี้ยังมีความยอดเยี่ยมจากพวกเพลงมันส์ระทึกซึ่งบางแทร็คก็มีปนหลอนหน่อยๆ โดยพวกออเคสตร้า คอรัส และซินธิไซเซอร์นั้นเป็นอะไรที่จัดมาได้อิ่มกำลังดีจริงๆ เช่น The Virgin Is Plucked, Mean Knights And Horsies O’ My!, A Fistful Of Snakes, Isabel Thrashes และ Orgy Of Violence โดยเพลงหลังสุดนี่ผมบอกได้เลยว่าเป็นการใช้คอรัสที่โหดที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา!

Here Come The Marteetee และ Heroes Unite เป็นเพลงหลงยุคที่ผมกล่าวไว้ข้างต้นถึงด้วยองค์ประกอบความเป็นร็อคที่เกินหน้าเกินตาไปนิด แต่ถ้าเรื่องความมันส์ที่เข้ากับดนตรีออเคสตร้าแล้ว เพลงเหล่านี้ก็ใช่ว่าจะด้อย โดยเฉพาะเพลงหลังที่แม้สั้นแต่เท่ห์ได้ใจจนอดจินตนาการภาพเหล่าตัวเอกเดินเก๊กออกมาไม่ได้เลยทีเดียว (ส่วนในหนังเป็นไงต้องไปติดตามกันดู)

Labyrinths And Humps เป็นอีกเพลงที่ให้ความรู้สึกต่างออกไปจากพวกเพราะเข้าข่ายเพลงหนังสยองขวัญดีๆนี่เอง ทั้งนี้ก็ไม่ได้เน้นสะดุ้งอะไรมาก (แต่ไม่ใช่ไม่มีนะ) หากแต่เป็นการเน้นบรรยากาศที่มืดครึ้มแล้วมีคอรัสและเสียงผู้หญิงร้องโหยหวนเบาๆลอยมาแตะหูบางครั้งบางคราว

ก่อนจบรีวิวผมก็ขอกล่าวแถมซักหน่อยกับเพลงชื่อย๊าวยาว…  The Greatest Most Beautiful Love Song In All The Land ซึ่งเป็นเพลงร้องเพลงเดียวของอัลบั้ม (ที่แค่นาทีกว่าๆเอง) และเป็นเพลงที่แตะหูด้วยอารมณ์เพี้ยนตามหน้าหนังกับเสียงร้องน่ารักๆของ Zooey Deschanel ^_^ และเสียงร้องโคตรเฟลของ James Franco -_-* ซึ่งกลายเป็นว่าไม่ได้ดีเด่หรือสวยงามสมชื่อเท่าไหร่ แต่ฟังทีไรมันก็อดยิ้มไม่ได้ทุกทีจริงๆนะ เหอะๆ

สุดท้ายนี้ผมก็อยากจะหาคำพูดหรูๆมาปิดรีวิวนะ แต่นึกไม่ออกจริงๆนอกจากคำว่า “ไปหามาฟังซะเถอะ” ใครยังไม่ได้ดูหนังก็ไม่ต้องรอเพราะคุณจะไม่ได้ฟังอะไรที่อยู่นอกจอแล้วรู้สึกปัญญาอ่อนจากสกอร์ในอัลบั้มนี้แน่นอน (ย้ำว่าสกอร์ไม่ใช่เพลงร้องนะ 555+) แล้วโดยส่วนตัว แม้ผมจะยังไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นสกอร์ระดับมาสเตอร์พีซ แต่มันเป็นก็สกอร์พีเรียดที่มีองค์ประกอบดนตรีออเคสตร้าดีใกล้เคียง Steamboy และมีการใช้คอรัสที่เกือบจะเทียบเคียง Transformers และ D-War ได้อยู่แล้ว ซึ่งยังไงก็เข้าขั้นหนึ่งในสกอร์ที่ดีที่สุดของ Steve Jablonsky สำหรับผมอยู่ดีครับ

Tracklist

01. Let Us Quest! (5/5)

02. Isabel The Strong (5/5)

03. Goodbye My Tinys  (5/5)

04. Best Man (4/5)

05. The Greatest Most Beautiful Love Song In All The Land (3/5)
Performed By Zooey Deschanel & James Franco 

06. The Virgin Is Plucked (5/5)

07. Not In My Castle (4/5)

08. Leezar’s Date, Belladonna’s Hate (3/5)

09. Playful Secrets! (4/5)

10. Mean Knights And Horsies O’ My! (5/5)

11. Here Come The Marteetee (4/5)

12. A Fistful Of Snakes (5/5)

13. Isabel Thrashes (5/5)

14. Muldiss Darton, City Of Lore  (5/5)

15. The Same Betrayal As Before  (4/5)

16. Labyrinths And Humps (4/5)

17. Kill-Trophy And The Warrior’s Birth  (5/5)

18. The Effening (3/5)

19. Tis I, Thadeous The Hero (5/5)

20. Heroes Unite  (4/5)

21. Orgy Of Violence  (5/5)

22. ‘Til We Meet Again (4/5)

23. Way Of The Warriors (4/5)

24. Thadeous  (5/5)

Final Score: 9

Buy It @Boomerang

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: