Henry Jackman – X-Men: First Class

“This score has strong themes and elegant orchestration though the electronics might be a bit harsh and not so well handling. On the whole, Jackman’s X-MEN score is still an enjoyable and refreshing one after the mediocre Gregson-Williams’ WOLVERINE.”

ไม่รู้ฝั่งฮอลลีวู้ดหมดมุขอะไรกันแล้วหรือยังไง? พักหลังๆผมถึงรู้สึกว่าช่างขยันขนหนัง Prequel หรือ หนังภาคก่อน ออกมากันนับไม่ถ้วน แม้แต่หนังซูเปอร์ฮีโร่ตระกูล X-Men ที่จบไตรภาคไปด้วยดีแล้วก็ยังอุตส่าห์หาช่องทางทำภาคกำเนิด Wolverine เมื่อสองปีก่อนจนได้ แล้วมาหนัง X-Men อีกภาคในปี 2011 นี้ก็ยังไม่ได้เดินหน้าเนื้อเรื่องต่อแต่อย่างใด แต่ยังคงเล่นกับเหตุการณ์ในอดีตที่คราวนี้ย้อนไปปี 1963 เมื่อ Charles Xavier (หรือศาสตร์จารย์ X) และ Erik Lensherr (หรือ Magneto) ยังเป็นหนุ่มหล่อคู่ซี้ปึ้กที่ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์รุ่นแรกเพื่อหยุดยั้งสงครามระหว่างมหาอำนาจในสงครามเย็น แต่ขณะที่ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆ รอยร้าวในมิตรภาพของทั้งคู่ก็เริ่มขยายเช่นเดียวกับความคิดแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่กำลังกัดกร่อนความเป็นหนึ่งของพวกเขาอันนำมาสู่สงครามมนุษย์กลายพันธุ์ที่รู้ๆกัน

ในส่วนของดนตรีประกอบ X-Men ก็ต้องยอมรับว่าเป็นงานสกอร์หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดูสะเปะสะปะมาแต่ไหนแต่ไรเพราะเล่นเปลี่ยนคอมโพเซอร์มันทุกภาคซึ่งผมเองก็ได้ฟังมาเกือบจะทั้งหมด จากภาคแรกกับสกอร์ออเคสตร้าอิเล็กทรอนิกส์ของคอมโพเซอร์ผู้ล่วงลับ Michael Kamen ที่กลายเป็นว่าฟังดูไม่ลงตัวซักเท่าไหร่ซะงั้น อย่างไรก็ดี มันก็ได้ตั้งมาตรฐานองค์ประกอบทางดนตรีให้ X-Men ภาคต่อๆมาแม้องค์ประกอบอย่างเมนธีมและโมทีฟต่างๆจะไม่ถูกนำไปต่อยอดอีกเลยอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นพอมาถึง X-Men 2 ก็จึงมีการการยกเครื่องธีมใหม่โดย John Ottman ซึ่งภาคนี้เหมือนจะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ว่าเป็นสกอร์ที่ดีที่สุดเสียด้วย แต่น่าเสียดายที่ผมเองก็ดันพลาดอัลบั้มนี้ไป (และตอนนี้ก็ยิ่งหายากเสียด้วยสิ)

สำหรับสกอร์ X-Men ภาคต่อจากนั้นก็ถึงยุคของกลุ่มคอมโพเซอร์จาก Remote Control Productions ซึ่งเปิดตัวกันไปด้วยผลงานของอดีตคอมโพเซอร์แนวหน้าตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อ Media Ventures ที่ออกไปได้ดิบได้ดีแล้วอย่าง John Powell ใน X-Men: The Last Stand ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีไม่แพ้กับภาคสอง อย่างไรก็ดี พอมาภาคกำเนิด Wolverine ซึ่งได้อีกหนึ่งคอมโพเซอร์แนวหน้าทำนองเดียวกันอย่าง Harry Gregson-Williams นั้นกลับเป็นความน่าผิดหวังซะงั้น ซึ่งตรงนี้ผมเองก็เห็นด้วยว่านอกจากเมนธีมในเพลงแรกและโมทีฟของ Kayla แล้ว มันไม่มีอะไรที่น่าจดจำหรือกระตุ้นความอยากให้ฟังซ้ำอีกเลยจริงๆ

ทีนี้มาเข้าเรื่องกันดีกว่าที่สกอร์ X-Men: First Class ซึ่งยังคงเป็นผลผลิตจาก Remote Control Productions แต่ไม่ใช่ผลงานของคอมโพเซอร์ระดับเซียนแต่อย่างใด หากเป็นผลงานของคอมโพเซอร์รุ่นน้องอย่าง Henry Jackman ที่ผ่านงานสกอร์แนวน่ารักๆฟังสบายมาเสียส่วนมาก เช่น Monsters Vs. Alien, Gulliver’s Travels (2010) และผลงานล่าสุดอย่าง Winnie The Pooh (2011) เป็นอาทิ ขณะที่สกอร์หนังโทนซีเรียสๆหน่อยก็ล้วนเป็นผลงานประพันธ์ร่วมทั้งไม่ว่าจะเป็นหนังเกรียนมหาประลัย Kick-Ass (กับ Marius De Vries, Ilan Eshkeri, John Murphy) และหนังพีเรียด Henri IV (กับ Hans Zimmer) แล้วถ้า Jackman จะมานำสกอร์แนวอย่างหลังๆนี้คนเดียว เขาจะทำได้ไหม? แม้จะมี Additional Music จากคอมโพเซอร์รุ่นน้องเหมือนกันอีกคนอย่าง Dominic Lewis มาช่วยอีกนิดหน่อย (โปรดอย่าแปลกใจถ้าคุณรู้สึกว่ามันมีความเป็น Clash of the Titans ปนอยู่บ้างเพราะคนนี้ก็ทำ Additional Music ให้ Ramin Djawadi เหมือนกัน) Jackman จะยังสามารถพาสกอร์ส่วนใหญ่กว่า 1 ชั่วโมงนี้ไปรอดตลอดฝั่งหรือไม่? แล้วผู้กำกับและโปรดิวเซอร์วางใจเขาทำงานกับโปรเจ็คใหญ่นี้เชียวหรือ? ของแบบนี้ไม่ลองก็คงรู้ ถ้าไม่เชื่อใจกันก็คงไม่ได้เกิด เอาเป็นว่าเรามาพิสูจน์กันเลยดีกว่าครับ

สิ่งหนึ่งที่คุณคาดหวังจากคอมโพเซอร์ Remote Control Productions ได้คือเมนธีมที่ติดหูง่ายพอสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวหนัง (ซึ่งผมก็เน้นย้ำไปเกือบซะทุกรีวิวเชียว) สำหรับ X-Men: First Class ก็ไม่มีข้อยกเว้นและยังคงเป็นการยกเครื่องใหม่เรื่องธีมเช่นที่ผ่านๆมา โดยภาคนี้ก็เหมือนว่า Jackman จะได้สร้างธีมขึ้นมาสองตัวในแบบที่แบ่งโทนชัดเจนเหมือนแบ่งฝ่ายเลยเสียด้วยซ้ำ

สำหรับธีมตัวแรกนั้นได้ยินกันทันทีทันใดใน First Class กับการไล่ระดับเครื่องสายควบคู่กับเครื่องเป่าพร้อมค่อยๆเสริมกีตาร์ไฟฟ้าเข้าไปอย่างพอเหมาะ ซึ่งโมทีฟเลิศรสที่เล่นย้ำไปมานี้ช่างฟังแล้วรู้สึกท่วมท้นไปกับความหนักแน่นและความอลังการที่กำลังก่อตัวอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ส่วนธีมอีกตัวก็ถูกนำเสนอสมชื่อเพลง Pain and Anger กับดนตรีโทนหม่นที่ระเบิดความน่าเกรี้ยวกราดและน่าเกรงขามในนาทีที่ 1.35-1.53

แล้วในตลอดทั้งอัลบั้มนี้ก็มีทั้งเพลงส่วนที่บ่งบอกความเป็น Jackman ที่เราคุ้นเคยกันด้วยดนตรีออเคสตร้าผสมอิเล็กทรอนิกส์ลางๆ (ซึ่งหลักๆในที่นี้คือกีตาร์ไฟฟ้า) พร้อมเมโลดี้เพราะๆซึ่งส่วนใหญ่มาจากธีมตัวแรกดังที่ได้ยินกันในเพลง Cerebro, เพลงเบาผ่อนอารมณ์ Rage and Serenity, To Beast Or Not To Beast และ Mutant and Proud แล้วในอีกส่วนหนึ่งที่ Jackman มีการปรับเปลี่ยนลักษณะประพันธ์ด้วยเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มข้นขึ้นทั้งเสียงสังเคราะห์และกีตาร์ไฟฟ้าก็มีเพลงเด็ดๆที่มักเกี่ยวข้องกับธีมตัวที่สองเป็นส่วนมาก เช่น Frankenstein’s Monster, Rise Up To Rule, Cold War, เพลงรวมธีมสุดมันส์ Let Battle Commence, เพลงเศร้าปนขนลุกพร้อมคอรัสและเครื่องสายบาดใจ Coup d’État และสุดท้ายคือเพลงปิดอัลบั้มสุดองอาจ Magneto ทั้งนี้ น่าเสียดายที่บางครั้งลักษณะการประพนัธ์อย่างหลังนี้เหมือนจะยังมีความหยาบไปหน่อยจนบางทีก็ชวนขัดใจอย่างแรง เช่นในเพลง Sub Lift ที่เปิดตัวมาก็แทบเอาเกร็งไปทั้งตัวกับธีมตัวแรกพร้อมคอรัสที่อลังการกว่า ทว่าหลังๆมาแอบรุงรังไปนิดกับเสียงสังเคราะห์ที่รัวแทรกเข้ามาจนรู้สึกว่าเพลงมันดรอปลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงกีตาร์และเสียงสังเคราะห์โรมรันก็ยังมีเพลงเจ๋งๆที่เปิดโอกาสให้ธีมตัวแรกได้ฉายแววเดี่ยวๆด้วยเช่นกันอย่าง X-Training เพลงบิ๊วเร้าอารมณ์ที่ฟังแล้วรับรองว่าติดใจกันจนถอนตัวไม่ขึ้น!

สรุปแล้วสกอร์ X-Men: First Class มาพร้อมธีมที่แกร่งขนานแท้ ดนตรีออเคสตร้าก็พริ้วได้มาตรฐานผลงานที่ผ่านมาของคอมโพเซอร์ แต่ในแง่ของการเสียงสังเคราะห์และเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แบบหนักๆอาจต้องปรับปรุงอีกเล็กน้อย อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมแล้วมันก็ฟังสนุกได้แม้อาจจะไม่เจ๋งเท่าภาคสองหรือภาคสามแต่ก็ฟังดูดีกว่าภาคแรกและ Wolverine แน่นอนล่ะครับ

Tracklist

01. First Class (5/5)

02. Pain and Anger (4/5)

03. Would You Date Me? (3/5)

04. Not That Sort Of Bank (3/5)

05. Frankenstein’s Monster (4/5)

06. What Am I Thinking (3/5)

07. Cerebro (4/5)

08. Mobilise For Russia (3/5)

09. Rise Up To Rule (4/5)

10. Cold War (4/5)

11. X-Training (5/5)

12. Rage and Serenity (4/5)

13. To Beast Or Not To Beast (4/5)

14. True Colours (3/5)

15. Let Battle Commence (5/5)

16. Sub Lift (4/5)

17. Coup d’État (5/5)

18. Mutant and Proud (5/5)

19. X-Men (4/5)

20. Magneto (4/5)

Final Score: 8

Buy It @Boomerang

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: