Javier Navarrete – Wrath of the Titans

“It may not be Navarrete’s best as I have expected but it definitely sounds more suitable than the previous one with well-built energy and passion.”

Soundtrack Label: Water Tower Music

WRATH OF THE TITANS เป็นหนังภาคต่อจากผลพลอยรายได้ที่ประสบความสำเร็จของ CLASH OF THE TITANS ในปี 2010 ซึ่งแน่นอนว่าความคาดหวังของทีมผู้สร้างที่จะทำให้ Perseus ได้ไปประมือเทพหรืออสุรกายอื่นๆในนิยายกรีกกลายเป็นจริงในที่สุด โดยภาคนี้ก็ยังคงมีเล่นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์เริ่มหมดศรัทธาในเทพเจ้าซึ่งส่งผลให้พลังของเทพ Zeus เสื่อมลง เปิดโอกาสให้น้องชาย Hades ที่ถูกปราบในภาคก่อนพร้อมบุตรเนรคุณ Ares เหิมเกริมช่วงชิงอำนาจและหวังปลดปล่อย Krosnos ออกมาสู่โลกมนุษย์ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็จึงเป็นเหตุให้ Perseus ที่เคยตัดสินใจรามือไปหลังจากเหตุการณ์ในภาคก่อนต้องหันมาจับอาวุธเพื่อบิดาและมนุษยชาติอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับภาคนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนคอมโพเซอร์จาก Ramin Djawadi  มาเป็น Javier Navarrete ที่แม้งานหนังที่รับทำสกอร์ช่วงหลังๆให้จะไม่ดันชื่อเขาได้มากมาย (รวมถึงบางเรื่องที่ดีแต่โดนมองข้าม) แต่ความประทับใจอันติดตรึงเกี่ยวกับเขาคนนี้จาก PAN’S LABYRINTH ยังคงไม่หายไปไหนและตอนนี้เขาก็ได้มีโอกาสแสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์อีกครั้งในอีกหนึ่งหนังฟอร์มแห่งปี 2012

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการยกเครื่องเรื่องธีมใหม่หมด แต่เพื่อความไม่แปลกแยกเกินไป Navarrete ยังพยายามคงลักษณะดนตรีออเคสตร้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ Djawadi ได้เลือกตั้งไว้เป็นโทนดนตรีหนังแต่แรก ทั้งนี้ Navarrete ก็ไม่ลืมที่จะใส่ความครีเอทีฟในแบบฉบับของตนเองไว้เป็นตัวชูโรงซึ่งในส่วนนี้เองที่ทำให้สกอร์ชุดนี้มีความรู้สึกที่เป็นมหากาพย์เหนือกว่าภาคก่อนพอสมควรเลย

เมนธีมใหม่ภาคนี้ถูกแนะนำตัวให้ติดหูกันทันทีใน Wrath of the Titans กับเสียงเครื่องเป่านำ เครื่องสายคลอ เติมแต่งด้วยซินฯประสานคอรัสขลังๆที่ค่อยก่อร้างสร้างตัวเป็นชั้นๆอย่างยิ่งใหญ่และหนักแน่น โดยธีมสุดห้าวหาญองอาจนี้ก็เป็นเพียงเมโลดี้สุดแกร่งชุดเดียวที่ใช้ยึดเหนี่ยวสกอร์ทั้งหมดซึ่งแม้จะน้อยกว่าของภาคก่อน แต่ทีเด็ดของ Navarrete ก็ไม่หมดเท่านี้ด้วยความที่เขาสามารถดึงเอาเครื่องดนตรีมาทำเป็นซาวด์ประจำสถานการณ์ต่างๆทดแทนไปได้อย่างเต็มอิ่มและได้มิติตามที่ต้องการกว่าภาคก่อนที่มีโปรยๆมาแต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมามากนัก โดยองค์ประกอบในส่วนนี้ก็ยังช่วยตรึงอารมณ์เพลงยาวๆที่ตามเหตุการณ์ในหนังให้ฟังออกมาดูดีมีหลากอารมณ์ในแบบที่แม้ไม่ใช่แทร็ค 5 ดาวเป๊ะๆไปซะหมดแต่ก็ฟังดูเป็นดนตรีฉากหลังที่มีน้ำมีเนื้อ โดยที่เด็ดๆเลยได้แก่ Zeus In the Underworld ที่มอบบรรยากาศในส่วนของยมโลกอย่างถึงแก่นโดยเฉพาะจากคอรัสหลอนกระชากไม่แพ้หนังสยองขวัญ Pegasus กับทำนองเพราะๆปรับจากเมนธีมสู่ทำนองโลดโผนโจนทะยานในช่วงกลาง Zeus Leaves กับคอรัสลอยๆพร้อมดนตรีอันเวิ้งว้างแต่หนักแน่นเห็นผลเชิงอารมณ์ก่อนที่จะปิดฉากไปอย่างสวยงามด้วยเมนธีม

แล้วเพราะภาคนี้มีฉากรบรากันพอสมควร Navarrete ก็เตรียมการจัดเต็มในส่วนนี้โดยแม้อาจต้องมียอมรับว่าในส่วนของซินฯประกอบจะดูพร่องๆไปบ้าง แต่การนำเอาเครื่องเป่าสารพัดโดยเฉพาะปี่และขลุ่ยที่ฟังดูโบราณๆมาเสริมนั้นก็ช่วยทำให้บรรยากาศของสมรภูมิดูน่ากลัวกระวนกระวายซึ่งถือเป็นการสร้างความตื่นเต้นไปอีกแบบ (ซึ่งโมทีฟหลักๆก็พอได้ยินคร่าวๆใน Wrath of the Titans และ Zeus In the Underworld แล้วด้วยถ้าลองจับสังเกตดีๆ) ทั้งนี้แน่นอนว่าในบางช่วงก็มีการใส่เมนธีมมาช่วยคุมอารมณ์อีกต่อหนึ่งด้วย โดย Attack of the Chimera ถือว่าเป็นแทร็คนำร่องชั้นยอดเลยสำหรับในส่วนนี้  แล้วจึงตามด้วย Cyclops ที่เน้นเพอคัสชั่นและซาวด์สังเคราะห์แบบดิบๆวังเวงๆ Ares Fights และ Brother Ares ที่มาพร้อมการรัวเพอคัสชั่นประกอบได้ชวนลุ้นระทึก แล้วสุดท้ายคือดนตรีหนีตายจากยมโลก Escape from Tartarus ที่เล่นเสียงเครื่องเป่าในช่วงหลังได้น่าสะพรึงคล้ายเสียงไซเรนยังไงยังงั้น

สุดท้ายอัลบั้มนี้ยังพ่วงท้ายมาด้วย Kronos Megalos (Remix) ที่หากมองว่าเป็นเพลงรีมิกซ์ก็ถือว่าเป็นเพลงรีมิกซ์ที่อลังการและร่วมสมัยแบบเข้ากับตัวหนังสุดๆสำหรับผม โดยแม้การเล่นซินฯจะแล Choppy ไปหน่อย แต่ผมไม่ปฏิเสธว่าบางช่วงก็น่าสนใจดีเหมือนกัน แล้วเฉพาะในส่วนคอรัสนี่ผมยอมเลยครับว่า “ยัง Epic ได้อีก”

โดยสรุป แล้วแม้ผมจะค่อนข้างชอบสกอร์ CLASH OF THE TITANS ของ Ramin Djawadi ผมกลับชอบ WRATH OF THE TITANS ของ Javier Navarrete ยิ่งกว่า แม้มันจะยังไม่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นที่สุดของคอมโพเซอร์ดังที่คาดหมายไว้ แต่มันก็เต็มอิ่มไปด้วยพลังความขลังและความรู้สึกที่หนักแน่นลุ่มลึกสมกับเป็นสกอร์หนังมหากาพย์กว่า หากจะเสียดายก็แค่ธีมเก่าๆเท่านั้น (แต่ลำพังธีมใหม่ก็เอาอยู่แล้ว) แล้วไม่ว่าในหนังสกอร์มันจะโดนเสียงอะไรต่อมิอะไรกลบมากน้อยแค่ไหน แต่ในฉบับอัลบั้มนี้ ผมบอกได้เลยว่ามันคือตัวแทนการผจญภัยที่ส่งอารมณ์ต่อเนื่องกันเป็นแทร็คๆได้เพลินเอามากๆเลยล่ะครับ

Tracklist

01. Wrath of the Titans (*****)

02. Humans Stopped Praying (****)

03. Zeus In the Underworld (*****)

04. Attack of the Chimera (*****)

05. Son of Zeus (***)

06. Pegasus (*****)

07. Andromeda (****)

08. Cyclops (****)

09. The Orb (****)

10. Ares Fights (*****)

11. Perseus In the Labyrinth (****)

12. Escape from Tartarus (*****)

13. To the Battle (****)

14. Brother Ares (*****)

15. Zeus Leaves (*****)

16. Kronos Megalos (Remix) (*****)

Final Score 8.5 

Buy It @Amazon

Advertisements

One Response to “Javier Navarrete – Wrath of the Titans”

  1. Ramin Djawadi en el la primera hizo un mejor trabajo!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: