Archive for the Angelo Badalamenti Category

Angelo Badalamenti – A Very Long Engagement

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , on October 24, 2011 by zahnmimres

“Despite its too consistent somber tone for some listeners, this score still deliver, at least, two memorable themes with lush strings and brasses which are highly effective on its own. Consequently, some other listeners will find the beauty in it. Moreover, Angelo Badalamenti’s fans will likely appreciate it even more.”

Continue reading

Angelo Badalamenti – A Nightmare On Elm Street 3: Dream Warriors

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , on May 2, 2010 by zahnmimres

Tracklist

01. Opening

02. Puppet Walk

03. Save The Children

04. Taryn’s Deepest Fear

05. Deceptive Romance

06. Snake Attack

07. Magic Butterfly

08. The Embrace

09. Quiet Room / Wheelchair / Icy Bones

10. Rumbling Room

11. Dreamspace

12. The Dream House

13. Is Freddy Gone? / Trouble Starting / Prime Time TV / Icy Window

14. Grave Walk

15. Nursery Theme

16. Light’s Out

ภาค 3 ของนิ้วเขมือบซึ่งเป็นกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งของ Nancy Thompson (Heather Langenkamp) และ Freddy Krueger (Robert Englund) โดยคราวนี้ปีศาจแห่งฝันร้ายได้เข้าไปครอบงำฝันของกลุ่มวัยรุ่นที่ศูนย์วิจัยโรคนอนไม่หลับแห่งหนึ่ง นำมาซึ่งการตายอย่างสยดสยองที่หาสาเหตุไม่ได้ Nancy จึงต้องร่วมมือกับเหล่าวัยรุ่นที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อหยุดยั้งปีศาจตนนี้ให้ได้อีกครั้งหนึ่ง
ภาคนี้ถือเป็นการปรับทิศทางของหนังตระกูลนิ้วเขมือบได้ดีระดับหนึ่ง หลังจากที่ภาคสองทำไว้ไม่ดีสักเท่าไหร่ โดยนอกจากมีนักแสดงจากภาคแรกโคจรมาพบแล้ว เมนธีมเดิมของ Charles Bernstein ก็กลับได้ให้ยินกันพอหายคิดถึง
Angelo Badalamenti คอมโพเซอร์ผู้เชี่ยวชาญงานเพลงแนว Jazz และดนตรีหลอนจับจิตคือผู้รับหน้าที่แต่งดนตรีประกอบโดยเน้นซินธิไซเซอร์เป็นหลัก ทั้งนี้ต้องขอบอกกันก่อนว่าเพลงบางส่วนในอัลบั้มนี้จะเป็น Alternate Version ของที่ได้ยินกันในหนังซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเป็นเช่นนี้ แต่ก็บอกกันไว้ก่อนเผื่อใครฟังแล้วรู้สึกว่า “เพลงนี้ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยนี่” Continue reading

Angelo Badalamenti – Twin Peaks: Season Two Music and More

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , , , , on December 30, 2009 by zahnmimres

Tracklist
01 Love Theme Intro
02 Shelly
03 New Shoes
04 High School Swing
05 Hayward Boogie
06 Blue Frank
07 Audrey’s Prayer
08 I’m Hurt Bad
09 Cop Beat
10 Harold’s Theme
11 Barbershop
12 Night Bells
13 Just You *
14 Drug Deal Blues
15 Audrey
16 Josie and Truman
17 Hook Rug Dance
18 Packard’s Vibration
19 Half Heart
20 Laura’s Dark Boogie
21 Dark Mood Woods, The Red Room
22 Love Theme Farewell
* Performed By James Marshall, Sheryl Lee & Lara Flynn Boyle
+ Performed By Julee Cruise

ความสำเร็จของซีรี่ย์ส Twin Peaks จากซีซั่นแรกที่มีเพียง 8 ตอน สู่ซีซั่นที่ 2 ซึ่งมีทั้งหมด 22 ตอน ขณะที่อัลบั้มแรกเป็นแค่การรวมเพลงจากซีซั่นแรกเท่านั้น แล้วที่เพลงเหลือในซีซั่น 2 หายไปไหน? และแล้วในปี 2007 นี้เองที่อัลบั้มนี้ได้วางจำหน่ายให้แฟนๆได้เก็บสะสมพร้อมร่วมรำลึกและสุนทรีย์ไปกับบทเพลงที่เหลือในซีซั่นที่ 2 กันเสียที
Angelo Badalamenti กลับมาพร้อม Score ที่เต็มไปด้วยความเป็นดนตรี Jazz พร้อมความหลอนอันมีเอกลักษณ์ที่คุ้นเคย แล้วอัลบั้มนี้จะมีอะไรใหม่ๆ เราลองมาดูกัน
เปิดตัวด้วยความลึกลับภายใต้ความเงียบ Love Theme Intro ด้วยดนตรีลอยๆเหมือนสายลมพัดผ่านอ่อนๆ คั่นด้วยบททักทายเล็กๆน้อยๆจาก David Lynch ก่อนที่จะเข้าสู่ในส่วนของโซโล่เปียโนที่นำไปสู่ดนตรีประยุกต์จากอัลบั้มซีซั่นแรกที่โดดเด่นอย่างมากในส่วนของ Laura Palmer’s Theme ให้ผู้ฟังได้ระลึกความหลังกันก่อน
ถ้าเพลงที่แล้วอาจฟังดูเรื่อยเปื่อยแถมยาวเกินควรสำหรับคุณ คราวนี้มาเข้าสู่เพลงจริงๆกันดีกว่ากับ Shelly เพลงนี้คือความน่ารักและสวยงามที่ค่อยๆเพิ่มความสดใสขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำนองเพลงนี้แอบมีกลิ่นอายของ Questions In A World of Blue แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ฟังดูสดใสกว่า High School Swing เพลงที่พกความสนุกสนานเพลิดเพลินมาให้ฟังกันอย่างเต็มอิ่ม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม
Hayward Boogie โดดเด่นอย่างยิ่งในส่วนของการเล่นเปียโนที่สนุกหลุดโลก ซึ่งผลให้เป็นเพลงที่ฟังเอาเพลินได้อย่างดีจริงๆ Blue Frank ฟังดูทั้งพิลึกและซาบซ่าไปกับเสียงกีตาร์ซึ่งทำให้นึกถึงเพลง The Pink Room ในอัลบั้ม Fire Walk With Me แต่เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่ใกล้เคียง
Audrey’s Prayer เพลงที่เสียงคีย์บอร์ดสามารถส่งมอบอารมณ์ที่แสนจะอ่อนโยนและโรแมนติกสู่ผู้ฟังได้อย่างยอดเยี่ยม Harold’s Theme ส่วนผสมของกีตาร์และคีย์บอร์ดที่กลายเป็นความงดงามปนหลอนเพื่อสื่อถึง Harold Smith ผู้ลึกลับและน่าสงสาร
Night Bells เพลงที่หลุดโลกอย่างบอกไม่ถูกกับเสียงกีตาร์ที่แนวได้ใจ Just You เพลงรักฟังง่ายจากตอนหนึ่งของซีรี่ย์สโดยตรง ซึ่ง Sheryl Lee และ Lara Flynn Boyle ผู้รับบท Maddy Ferguson (ญาติฝาแฝด Laura) และ Donna Hayward ตามลำดับเป็นผู้ร้องเพลง ขณะที่กีตาร์เล่นโดย James Marshall ผู้รับบท James Hurley
Drug Deal Blues เพลงจังหวะเร็ว ที่ขับเคลื่อนความมันส์แบบเต็มเหนี่ยวไปกับเสียงกีตาร์ ซึ่งถือว่าแหวกแนวจริงๆเมื่อเทียบกับดนตรีประกอบส่วนใหญ่ของซีรี่ย์ส (และตัวหนัง) Josie And Truman ความรักของทั้งคู่คืออีกหนึ่งส่วนที่สำคัญของซีซั่นขณะที่ตัวดนตรีก็สื่อถึงความโรแมนติกผ่านเครื่องเป่าได้ดีเช่นเคย
Hook Rug Dance ฟังลื่นไหล เพลิดเพลิน สนุกสนาน และชวนเต้นเป็นที่สุด Half Heart เพลงนี้ใช้ท่วงทำนองเดียวเกือบทั้งเพลงโดยค่อยๆปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ดีมันช่างฟังดูโรแมนติกเสียจริงๆ
Laura’s Dark Boogie และ Dark Mood Woods, The Red Room คือ เพลงที่หม่นมืดและหลอนจับใจสไตล์ถนัดของ Badalamenti ซึ่งตลอด 9 นาทีของเพลงหลังอาจไม่ใช่ความรื่นรมของผู้ฟังมากนัก ทั้งนี้เพลงหลังก็ยังส่งต่ออารมณ์ไปให้เพลงปิดอัลบั้มอย่าง Love Theme Farewell โดยในเพลงนี้ค่อยเปลี่ยนความหลอนมาเป็นความเศร้ากับอีกเวอร์ชั่นของ Laura Palmer’s Theme ซึ่งอยู่ในระดับที่ดีเสมอต้นเสมอปลายกับเพลงแรก
อัลบั้มนี้อาจไม่ขลังและคลาสสิคเท่าสองอัลบั้มก่อนหน้านี้ของ Twin Peaks แต่ก็ยังคงยอดเยี่ยมสำหรับงานเพลงของ Badalamenti ชิ้นนี้และสามารถสนองความต้องการแฟนเดนตายของซีรี่ย์สนี้ได้อย่างดีทีเดียว

My Score: 8/10

Angelo Badalamenti – Twin Peaks: Fire Walk With Me

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , , , , , , , , on December 29, 2009 by zahnmimres

Tracklist
01 Theme From Twin Peaks: Fire Walk With Me
02 The Pine Float
03 Sycamore Trees
Vocal by Jimmy Scott
04 Don’t Do Anything (I Wouldn’t Do)
05 A Real Indication
Vocal by Angelo Badalamenti
06 Questions In A World Of Blue
Vocal by Julee Cruise
07 The Pink Room
08 The Black Dog Runs At Night
Vocal by Angelo Badalamenti
09 Best Friends
10 Moving Through Time
11 Montage From Twin Peaks (Girl Talk/Birds In Hell/Laura Palmer’s Theme/Falling)
12 The Voice Of Love

ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในช่วง 7 วันสุดท้ายก่อนที่ Laura Palmer จะถูกฆาตกรรม หรือพูดง่ายๆคือเป็น Prequel ของภาคซีรี่ย์สที่ผู้ชมจะได้ไปรู้จักชีวิตผู้คนในเมือง Twin Peaks มากขึ้น เสมือนการปูเรื่องที่ขาดหายไปในซีรี่ย์ส ทั้งนี้ยังมีเรื่องราวของคดี Teresa Banks ที่ภาคซีรี่ย์สเคยกล่าวถึงรวมไปถึงเรื่องราวในสำนักงานใหญ่ FBI ก่อนที่เจ้าหน้าที่ Dale Cooper จะมาสืบคดีฆาตกรรมในเมือง Twin Peaks
Angelo Badalamenti ยังคงเป็นคอมโพเซอร์ขาประจำหนังของ David Lynch ในเรื่องนี้เพียงแต่คราวนี้ Lynch ได้มีส่วนร่วมเล็กๆน้อยๆในการเติมแต่งดนตรีบางส่วน และแน่นอนว่าองค์ประกอบทางดนตรีของ Badalamenti ครั้งนี้ยังคงคล้ายคลึงกับซีรี่ย์สยกเว้นดีกรีความหม่นและความผิดเพี้ยนที่มากขึ้น (แต่จะดีจะเสียแล้วแต่คนฟัง แต่ผมว่าเพี้ยนปกติแบบซีรี่ย์สกำลังดี)
Theme For Twin Peaks: Fire Walk With Me ดนตรีนุ่มๆอารมณ์ Jazz แต่รอบล้อมไปด้วยความหมองซึ่งโดดเด่นอย่างยิ่งในส่วนของเครื่องเป่า The Pine Float ต่อเนื่องความเป็น Jazz ในท่วงทำนองที่ฟังเพลินและสนุกสนาน
Sycamore Trees เพลงที่ Badalamenti ได้มีโอกาสร่วมงานกับ Jimmy Scott นักร้องเพลง Jazz คนดัง (ผู้เคยปรากฏตัวในตอนหนึ่งของซีรี่ยสด้วย) ซึ่งเพิ่มโทนมืดให้แก่อัลบั้มได้อย่างดีเยี่ยม Don’t Do Anything (I Wouldn’t Do) ดนตรี Jazz ฟังสบายๆไร้พิษสงที่ชวนฟังเพลินไม่ใช่เล่น
A Real Indication เพลงสุดเพี้ยนที่มาพร้อมเสียงร้อง (หรือเสียงเล่าบรรยาย) ซึ่งไม่ใช่จากใครที่ไหน นั่นคือ Badalamenti เอง ซึ่งบอกได้เลยว่าแกใส่อารมณ์ได้โอเวอร์และถึงใจจริงๆ Questions In A World of Blue อีกหนึ่งงานเพลงคุณภาพจากการร่วมมือกันของ Julee Cruise และ Badalamenti ซึ่งดนตรีและเสียงร้องพร้อมเนื้อหาโดนๆของเพลงเรียกอารมณ์โศกเศร้าสู่ผู้ฟังได้อย่างดี เช่นเดียวกับความรู้สึกของ Laura ในฉากที่ Cruise ร้องเพลงนี้ในเรื่อง
The Pink Room หม่นมืด พิลึก และเย้ายวน โดยเฉพาะในส่วนของกีตาร์ The Black Dog Runs At Night โอบล้อมผู้ฟังด้วยดนตรีโทนมืดและเสียงร้องสุดพิลึก ซึ่งรวมไปถึงเสียงโทนต่ำของ Badalamenti ที่แทรกเข้ามาตอกย้ำบรรยากาศของเพลงเข้าไปอีก
Best Friends สวยงามและซาบซึ้งไปกับเสียงเปียโน Moving Through Time ดนตรี Jazz ฟังสบายแต่แฝงอารมณ์อันลึกลับที่โดดเด่นอย่างยิ่งในส่วนเสียงเปียโนไม่แพ้เพลงที่แล้ว
Montage From Twin Peaks เพลงที่รวมดนตรีหลากอารมณ์ไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืนซึ่งรวมไปถึงดนตรีบางส่วนจาก Laura Palmer’s Theme และ Twin Peaks Theme ปิดอัลบั้มด้วย The Voice of Love กับดนตรีสะเทือนอารมณ์ โดยเฉพาะเสียงดนตรีแห่งความอ่อนโยนปนเศร้าที่กดดันผู้ฟังแบบสุดๆ ซึ่งถ้าใครได้ดูหนังคงทราบว่าเพลงนี้เข้ากับกับฉากห้องสีแดงตอนท้ายเรื่องอย่างบอกไม่ถูก
สำหรับใครที่เป็นแฟนซีรี่ย์สหรือชอบเพลงหนัง David Lynch ของ Angelo Badalamenti ก็ไม่ต้องสงสัยว่านี่คืออัลบั้มที่ไม่ฟังไม่ได้จริงๆครับ

My Score: 8.5/10

Angelo Badalamenti – Twin Peaks

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , , , , on December 29, 2009 by zahnmimres

Tracklist
01 Twin Peaks Theme (Instrumental)
02 Laura Palmer’s Theme (Instrumental)
03 Audrey’s Dance (Instrumental)
04 The Nightingale *
05 Freshly Squeezed (Instrumental)
06 The Bookhouse Boys (Instrumental)
07 Into The Night *
08 Night Life In Twin Peaks (Instrumental)
09 Dance Of The Dream Man (Instrumental)
10 Love Theme From Twin Peaks (Instrumental)
11 Falling *
* Performed By Julee Cruise

ซีรี่ย์สแนวดราม่าสืบสวนสุดฮิตในอดีตซึ่งเป็นผลงานการร่วมมือกันของ David Lynch และ Mark Frost เนื้อหาหลักๆของซีรี่ย์สเกี่ยวกับการไขคดีการตายอย่างลึกลับของ Laura Palmer หญิงสาววัยรุ่นในเมือง Twin Peaks ที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายและสงบสุข โดยนายอำเภอ Harry Truman ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ FBI Dale Cooper ผู้เข้ามารับผิดชอบคดีนี้ และเมื่อเริ่มสืบหาตัวฆาตกรไปเรื่อยๆ ทำให้ Cooper ได้พบเงื่อนงำบางอย่างอันน่ากลัวและเหลือเชื่อซึ่งบอกเขาว่าเมืองนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ชั่วร้ายซ่อนอยู่
สำหรับซีรี่ย์สชุดนี้มีทั้งหมด 2 ซีซั่นพร้อมมูฟวี่อีกหนึ่งภาค ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จของซีรี่ย์สได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความเพี้ยน” ของตัวละครและสถานการณ์ซึ่งเปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของผู้กำกับ David Lynch กับผลงานเรื่องต่อๆมาของเขา ทั้งนี้ซีรี่ย์สยังทำให้นักแสดงหลายคนไม่ว่าจะเป็น Kyle MacLachlan, Lara Flynn Boyle, Sherilyn Fenn, Madchen Amick (เป็นอาทิ) กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นผ่านบทบาทตัวละครที่มีเสน่ห์จนยากจะลืมเลือน
สำหรับในส่วนของดนตรีประกอบก็ได้ Angelo Badalamenti คอมโพเซอร์คู่บุญแต่ไหนแต่ไรของ David Lynch มารับหน้าที่แต่งเสริมเติม “ความเพี้ยน” และความหม่นมืดให้แก่ซีรี่ย์สผ่านดนตรีแนว Jazz และการใช้ประโยชน์จากคีย์บอร์ดที่เขาถนัด แน่นอนว่าเอกลักษณ์ของ Badalamenti คือการใช้ดนตรีน้อยชิ้นแต่ได้ผลลัพธ์ดีเหลือหลายรวมถึงดนตรีหลอนๆที่เขาแต่งออกมาได้น่าสะพรึงไม่ใช่เล่น
Twin Peaks Theme เพลงเปิดซีรี่ย์สเวอร์ชั่นเต็ม (ซีรี่ย์สตัดเหลือนาทีกว่า) กับเสียง “ตั่มตั๊ม” โทนต่ำที่ไม่มีใครเหมือนพร้อมดนตรีรื่นหูตั้งแต่ต้นจนจบเพลง Laura Palmer’s Theme เริ่มต้นด้วยดนตรีสุดหม่นเกินจะบรรยาย แล้วตามด้วยท่อนเปียโนในทำนองไว้อาลัยแด่หญิงสาวผู้เป็นเหยื่อฆาตกรรมคนนี้ได้อย่างถึงอารมณ์
เปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่ความเพี้ยนและความแปลกกันใน Audrey’s Dance ที่ฟังก็รู้ว่ามีกลิ่นอายความเป็น Jazz ขนาดไหน ทั้งนี้ตัวเพลงก็ยังฟังดูเย้ายวนและลึกลับในขณะเดียวกัน แล้วมาต่อเนื่องความเป็น Jazz ต่อกับ Freshly Squeezed ที่ยังคงฟังดูพิลึกแต่ก็แฝงอารมณ์ขันนิด โดยจุดเด่นของเพลงอยู่ที่การเล่นเสียงเคาะและดีดนิ้วประกอบกัน
The Bookhouse Boys ส่วนผสมของสามเพลงที่ผ่านมาพร้อมดนตรีจังหวะเร็วที่เดาทางกันแทบไม่ถูก Night Life In Twin Peaks เพลงยามราตรีที่ชวนขนลุกเป็นที่สุดโดยไม่มีท่อนให้สะดุ้งกัน หากแต่เป็นดนตรีที่ฟังแล้วชวนอึดอัดตาม
Dance of The Dream Man กลับสู่ความเป็น Jazz อีกครั้งกับเพลงประกอบหนึ่งในฉากเด่นของเรื่องที่ยังคงความพิลึกไม่เปลี่ยนแปลง Love Theme From Twin Peaks เปรียบเสมือน Laura Palmer’s Theme ในอีกอารมณ์หนึ่งโดยยังคงซึ่งทำนองเดิมแต่ปรับเปลี่ยนเครื่องดนตรีให้ฟังดูอ่อนหวานและโรแมนติกสมกับชื่อเพลง
อีกส่วนหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงคือเพลงร้องซึ่งเป็นการร่วมมือกันของนักร้องสาว Julee Cruise ผู้มีเสียงร้องที่ล่องลอยดั่งอากาศธาตุ (ซึ่งเธอปรากฏตัวในบางตอนของซีรี่ย์สอีกด้วย) และแน่นอน Angelo Badalamenti ผู้รับผิดชอบในส่วนดนตรี โดยอัลบั้มนี้มีทั้งหมด 3 เพลง คือ The Nightingale, Into The Night และ Falling ซึ่งเพลงหลังนำดนตรีมาจาก Twin Peaks Theme โดยตรง เมื่อฟังไปฟังมาทั้ง 3 เพลงก็เป็นเพลงฟังสบายพร้อมความหมายที่แสนจะโรแมนติกซึ่งเสริมอารมณ์ในส่วนนี้ให้ทั้งอัลบั้มและซีรี่ย์สได้อย่างดี
นี่คืออัลบั้มที่เหมาะสำหรับสำหรับคอเพลง Jazz, แฟนๆซีรี่ย์สเรื่องนี้ และใครที่ชอบงานเพลงของ Angelo Badalamenti ไม่ควรพลาดงานเพลงดีๆในอดีตของอัลบั้มนี้อย่างยิ่ง

My Score: 9/10

Watch “Falling” Music Video Click Here

Angelo Badalamenti – The Beach

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , on August 9, 2009 by zahnmimres

Tracklist
1. Bizarre City
2. Beach Theme (Swim to Island)
3. Vision of Fantasy
4. Mournful Myth
5. Starnight
6. Killing Fields
7. Blue Sex
8. Beach Theme (Mythical Waters)
9. Grassmark
10. Daffy’s Done
11. Mystery of Christo
12. Pure Victims
13. Pursuit of a Shark
14. Waterfall Cascade
15. Dreamburst

ภาพยนตร์ของผู้กำกับ Danny Boyle และนักแสดงหนุ่ม Leonardo DiCaprio เล่าถึงเรื่องราวของ Richard เด็กหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันผู้เดินทางมาแสวงหาความแปลกใหม่เร้าใจในประเทศไทย เขาได้รู้จักชายประหลาดชื่อ Daffy ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะสวรรค์ วันหนึ่งชายคนนั้นหายไปและ Richard ก็ได้เจอแผนที่ไปยังเกาะแห่งนั้น เขาและเพื่อนใหม่ซึ่งเป็นคู่รักหนุ่มสาวชาวฝรั่งเศสจึงตัดสินใจไปยังเกาะแห่งนั้น
ในส่วนของดนตรีประกอบได้คอมโพเซอร์ Angelo Badalamenti มารับหน้าที่นี้ ซึ่งยังคงโชว์ฝีไม้ลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ คือ การใช้เครื่องดนตรีออเคสตร้าน้อยชิ้นแต่ได้ผลลัพธ์ดีเหลือหลาย
แต่ที่มาแปลกในครั้งนี้ คือ Badalamenti ได้เลือกใช้ซินธิไซเซอร์มาสร้างเสียงสังเคราะห์พิลึกๆให้ได้ฟังกันในแต่ละเพลง
Bizarre City เพลงเปิดในจังหวะเทคโนที่ใส่มาแบบเต็มเหนี่ยว สื่อถึงกรุงเทพที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งนี้ยังเสียงเครื่องตีคล้ายๆฉิ่งมาช่วยเสริมบรรยากาศแบบไทยๆให้อีกเล็กน้อย
เพลงธีมอันโดดเด่นที่สุดในอัลบั้ม ได้แก่ The Beach Theme (Swim to Island) และ Beach Theme (Mythical Waters) เป็นเพลงที่ใช้เครื่องสายบรรเลงได้ท่วงทำนองสวยงามชวนเพ้อฝันที่สุด โดยเฉพาะในส่วนของเสียงร้องที่เมื่อได้ฟังแล้วรับรองว่าคุณจะนึกถึงทะเลและชายหาดอันสวยงามแน่นอน
Vision of Fantasy เป็นเพลงเสียงสังเคราะห์สุดระทึกที่ได้ฟังแล้วเหมือนกำลังจะออกรบยังไงยังงั้น Starnight เป็นการนำธีมมาประยุกต์ใช้ใหม่ในเวอร์ชั่นดนตรีสังเคราะห์ที่ฟังแล้วช่างรู้สึกผ่อนคลายเป็นที่สุด
Killing Fields เพลงหนีสุดชีวิตที่ใช้เครื่องสายและเสียงสังเคราะห์สร้างความหลอนและความระทึกได้อย่างดี Blue Sex เพลงที่มาพร้อมดนตรีที่จับทางไม่ค่อยถูก แต่ที่แน่ๆคือคุณจะรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในทะเล
Mystery of Christo เพลงที่ประยุกต์ธีมอันสดใสสวยงามให้กลายมาเป็นดนตรีสุดหม่นและเต็มไปด้วยความน่าสงสัย Pursuit of a Shark เพลงต่อสู้ฉลามที่มาพร้อมดนตรีออเคสตร้าและเสียงสังเคราะห์ชวนลุ้นสุดอลังการ
Waterfall Cascade เริ่มต้นด้วยดนตรีหลอนๆแบบวังเวงแต่จบลงด้วยท่อนธีมอันสวยงามและนุ่มนวล
ปิดอัลบั้มด้วย Dreamburst กับการเล่นเครื่องสายและดนตรีสังเคราะห์ในทำนองดนตรีอึดอัดกดดันที่สื่อว่าความสวยงามทั้งหมดได้มลายหายไปจนสิ้น
แม้ฟังดูแปลกไปสำหรับงานดนตรีของ Angelo Badalamenti แต่ก็ยังคงมาตรฐานที่ดีไว้ได้เช่นเคย ซึ่งผมเชื่อว่าแค่เพลง The Beach Theme ทั้งสองตัวก็ได้ใจคนฟังไปกว่าครึ่งแล้ว

My Score: 8.5/10

Angelo Badalamenti – The Edge Of Love

Posted in Angelo Badalamenti, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , , , on July 31, 2009 by zahnmimres

Tracklist
1. Lovers Lie Abed
2. Overture / Blue Tahitian Moon
3. Underground Shelter
4. Hang out the Stars in Indiana
5. After the Bombing / Hang Out the Stars in Indiana
6. A Stranger Has Come
7. Fire to the Stars
8. Careless Talk
9. Careless Love
10. Love Me
11. Careless Talk
12. Drifting and Dreaming
13. Home Movies
14. Under Fire
15. Maybe It’s Because I Love You Too Much
16. Vera Begs Dylan
17. Vera’s Theme
18. Holding Rowatt
19. Careless Love
20. Caitlin’s Theme

การกลับมาของ Angelo Badalamenti พร้อมศิลปินอย่าง Beth Rowley, Madeleine Peyrous, Patrick Wolf และพิเศษสุดกับการร้องเพลงครั้งแรกของ Keira Knightley ในอัลบั้มดนตรีประกอบภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าลักษณะเดียวกับ Atonement
สำหรับองค์ประกอบทางดนตรีของ Angelo Badalamenti ยังคงใช้เครื่องดนตรีออเคสตร้าแนวถนัดในพักหลังๆอย่างเครื่องสายน้อยชิ้นแล้วเสรืมคีย์บอร์ดซึ่งให้อารมณ์ลอยๆสื่อถึงไม่น่าไว้วางใจได้อย่างดี แล้วครั้งนี้ก็ยังหวนคืนความโรแมนติกลักษณะเดียวกับงานสกอร์ A Very Long Engagement และซีรี่ย์ส Twin Peaks ซึ่งคิวเด่นๆในส่วนนี้ก็เคลื่อนไปด้วยธีมหลักหนึ่งตัวที่มีให้ได้ยินกันอย่างสุดซึ้งใน Fire to the Stars และ Vera Begs Dylan โดยในบางเพลงก็ได้ใส่บทพูดบรรยายมาบอกเล่าเรื่องราวซึ่งในจุดนี้ก็ไม่ถือว่าน่ารำคาญ แต่เป็นการเพิ่มมิติให้อัลบั้มไปอีกแบบ
นอกจากนี้ยังมีการเล่นเปียโนจังหวะสนุกสนานอย่างเพลง Vera’s Theme และ Caitlin’s Theme (เพลงธีมตัวละครของ Keira Knightley และ Sienna Miller) ซึ่งเพลงธีมทั้งสองนี้ก็ประยุกต์มาจากทำนองเพลง Careless Talk และ Careless Love นั่นเอง
ทางด้านเพลงร้องยุค’ 40 ได้ขับร้องโดยศิลปินหลากท่าน และแน่นอนว่า Badalamenti ยังคงเกี่ยวข้องในส่วนของการแต่งดนตรีประกอบให้เพลงร้องแต่ละเพลง ในอัลบั้มนี้ Keira Knightley ก็ได้ฝากงานเพลงที่น่าพอใจไว้ 4 เพลง โดยที่เด่นที่สุดในส่วนนี้คือเพลง Maybe It’s Because I Love You Too Much ส่วนเพลง Careless Talk และ Careless Love ก็เป็นตัวอย่างของเพลงยุค’ 40 ที่คุณน่าจะลองฟังดู ซึ่งมีให้ฟังกันอย่างละ 2 เวอร์ชั่น
ในครั้งนี้ Angelo Badalamenti ยังสอบผ่านในการทำดนตรียุค’ 40 ทั้งเพลงร้องและสกอร์ ซึ่งไม่น่าแปลกใจถ้าใครได้คุ้นเคยกับงานดนตรีประกอบที่เขาแต่งให้แก่ซีรี่ย์ส Twin Peaks และหนังเพี้ยนๆของ David Lynch ที่ผ่านมา แม้ส่วนของดราม่าซึ้งๆจะดูเหมือนว่าพึ่งของเก่าชัดเจนไปนิด อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัวผมก็คิดว่างานดนตรีรวมๆในอัลบั้มนี้ก็สามารถส่งมอบบรรยากาศที่ต้องการได้และยังเหมาะจะเอาไปเปิดนั่งฟังชิวๆเนื่องด้วยเพลงร้องที่ฟังเพลินและสกอร์ที่แม้หม่นบ้างแต่ก็นุ่มนวล หากใครติดตามผลงานของคอมโพเซอร์ท่านนี้มาตลอดหรือถวิลหาบรรยากาศยุค’ 40 นี่คืออัลบั้มที่ผมขอแนะนำครับ

My Score: 8