Archive for the Craig Armstrong Category

Craig Armstrong – In Time *Review In English*

Posted in Craig Armstrong, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , on November 4, 2011 by zahnmimres

“IN TIME has really brought a timeless listening experience for me. It is not Craig Armstrong’s best but it simply stays solid on the higher rank of electro-orchestral genre.”

Continue reading

Craig Armstrong – The Quiet American

Posted in Craig Armstrong, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , on December 21, 2010 by zahnmimres

Tracklist

01. The Quiet American (5/5)

02. Saigon 1952 (3/5)

03. Pyle’s Best Friend / Asking for A Divorce (4/5)

04. Drive Up Holy Mountain / The General (4/5)

05. Brothers In Arms (3/5)

06. Escape from Watchtower / Dreams of Phuong (3/5)

07. Death In the Square (5/5)

08. Fowler’s Temptation (4/5)

09. The Quiet American (Piano Solo) (4/5)

10. The Ritual of Revenge (5/5)

11. Do You Still Miss Him? (4/5)

12. End Titles (Nothing In This World) (5/5) Performed By Hong Nhung

ภาพยนตร์ดราม่าทริลเลอร์จากหนังสือของ Graham Greene บอกเล่าเรื่องราวรักสามเส้าของ Thomas Fowler นักข่าวอาวุโสชาวอังกฤษ, Alden Pyle หนุ่มอเมริกันนักสังคมสงเคราะห์ผู้สุขุม และ Phuong สาวเวียดนามของ Fowler ที่ความรักของเธอกำลังถูกสั่นคลอนด้วยการมาเยือนของ Pyle โดยทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเมืองอันระอุ ณ ไซง่อน ประเทศเวียดนามในปี 1952 ซึ่งได้ผลักดันเรื่องราวไปสู่ความเย็นยะเยือกสมชื่อ “จารชนเงียบอำมหิต”
คอมโพเซอร์ Craig Armstrong กลับมาร่วมงานผู้กำกับ Phillip Noyce อีกครั้งหลังจากสกอร์ The Bone Collector (ถ้ามีเวลาผมจะรีวิวเรื่องนี้ย้อนหลังให้อีกทีนะครับ) โดยสำหรับ The Quiet American นี้ก็คงความเยือกเย็นไม่แพ้กันโดยมีเปียโนเป็นตัวเอกของงานตามฉบับ Armstrong ร่วมด้วยดนตรีออเคสตร้าเคล้าซินฯเสียงบาดหู แต่ครั้งนี้ Armstrong ได้ใส่ความเป็นเวียดนามลงไปในสกอร์ชิ้นนี้ด้วยเสียงร้องโหยหวนชวนหลงไหลของนักร้องสาวชาวเวียดนามอย่าง Hong Nhung ทั้งนี้ก็ยังมีเครื่องดนตรีพื้นเมืองตะวันออกมาช่วยประกอบอีกทีหนึ่ง Continue reading

Craig Armstrong – World Trade Center

Posted in Craig Armstrong, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , on January 13, 2010 by zahnmimres

Tracklist

01. World Trade Center Cello Theme (5/5)

02. World Trade Center Piano Theme (5/5)

03. New York Awakes (4/5)

04. The Drive Downtown (4/5)

05. Rise Above The Towers (4/5)

06. World Trade Center Choral Piece (5/5)

07. John & Donna Talk About Their Family (4/5)

08. Ethereal (5/5)

09. John’s Woodshed (4/5)

10. Marine Arrives At Ground Zero (4/5)

11. Will And Allison In The Hospital (4/5)

12. Allison At The Stoplight (4/5)

13. Jimeno Sees Jesus (4/5)

14. John And Will Found, Will Ascends (4/5)

15. John’s Apparition (4/5)

16. John Rescued, Resolution (5/5)

17. Elegy (5/5)

18. Ethereal Piano Coda (4/5)

Continue reading

Various Artists – Moulin Rouge: Collector’s Edition

Posted in Craig Armstrong, Soundtrack Reviews (Full Version), Various Artists with tags , , , , , , , , , , , , , on September 20, 2009 by zahnmimres

Tracklist
CD1
1. Nature Boy
2. Lady Marmalade
3. Because We Can
4. Sparkling Diamonds
5. Rhythm of the Night
6. Your Song
7. Children of the Revolution
8. One Day I’ll Fly Away
9. Diamond Dogs
10. Elephant Love Medley
11. Come What May
12. El Tango de Roxanne
13. Complainte de la Butte
14. Hindi Sad Diamonds
15. Nature Boy
16. Lady Marmalade [Thuderpuss Radio Mix]

CD2
1. Your Song [Instrumental]
2. Sparkling Diamonds [Original Film Version]
3. One Day I’ll Fly Away [Tony Phillips Remix]
4. Pitch (Spectacular Spectacular) [Original Film Version]
5. Come What May [Original Film Version]
6. Like a Virgin [Original Film Version]
7. Meet Me in the Red Room [Original Film Version]
8. Your Song [Instrumental]
9. Show Must Go On [Original Film Version]
10. Ascension, Nature Boy
11. Closing Credits: “Bolero” [Original Film Version]

“The greatest thing you’ll ever learn is just to love, and be loved in return” คือประโยคเด็ดจากอีกหนึ่งภาพยนตร์โรแมนติกในการกำกับของ Baz Lurman ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของความรักที่มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด โดยมีฉากหลังของเรื่องคือ Moulin Rouge ไนท์คลับขึ้นชื่อของปารีส และอีกหนึ่งจุดเด่นของเรื่องนี้ คือ การบอกเล่าเรื่องราวผ่านบทเพลงร่วมสมัยอันแสนจะลงตัวกับหนังนั่นเอง
ในส่วนของอัลบั้มที่เป็น Collector’s Box นี่เป็นการรวมอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ทั้งสองอัลบั้มซึ่งวางจำหน่ายในเวลาไล่เลี่ยกัน
CD1: อัลบั้มแรก Moulin Rouge เป็นการรวบรวมเพลงหลักๆในเรื่องมาไว้ด้วยกันโดยในหลายหลายเพลงได้ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นเพลงป็อปและอิเล็กทรอนิกส์ให้ฟังดูร่วมสมัยขึ้น ภาพโดยรวมของอัลบั้มจะเป็นอย่างไร ลองมาดูกัน
เปิดตัวด้วยเพลงดัดแปลงจากผลงานของ Eden Ahbez ซึ่งนำมาเรียบเรียงอีกทีโดยคอมโพเซอร์ Craig Armstrong ใน Nature Boy ซึ่งทำนองดนตรีช้าสุดยิ่งใหญ่และเสียงร้องเหงาๆของ David Bowie เป็นการเซทอารมณ์ในช่วงแรกของอัลบั้มได้อย่างดี ทั้งนี้เนื้อเพลงก็เกริ่นนำเกี่ยวกับประเด็นความรักของตัวหนังไปในตัวด้วยเช่นกัน Lady Marmalade เพลงเก่าแต่เก๋าสุดครึกครื้น ที่นำมาขับร้องใหม่โดย 4 นักร้องสาว ได้แก่ Christina Aguilera, Lil’ Kim, Mya และ Pink สื่อถึงตัวหนังในแง่ที่ว่า Moulin Rouge เป็นสถานบันเทิงที่มีสีสันและมีเหล่านางบำเรอมาคอยเอาใจหนุ่มๆ
เพลง Because We Can โดยดีเจ Fatboy Slim ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่านายคนนี้ทำเพลงอิเล็กทรอนิคส์ได้ชวนเต้นสุดๆ ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นการนำเอาเสียงของ Jim Broadbent มาผสมกับเพลงที่รีมิกซ์ใหม่ได้อย่างเฮฮาพิลึก Sparkling Diamonds เพลงสุดเซ็กซี่และเย้ายวน ขับร้องโดย Nicole Kidman โดยมาในเวอร์ชั่นที่แตกต่างจากในหนังด้วยการรีมิกซ์
Your Song เพลงนี้มาพร้อมอารมณ์ที่แรงกล้าและจริงใจ (เดิมเพลงนี้เป็นของ Elton John) ขับร้องโดย Ewan Mcgregor ซึ่งไพเราะจับใจไม่ใช่น้อย เช่นเดียวกับ One Day I’ll Fly Away โดยเพลงอันทรงพลังนี้สุดยอดทั้งเสียงร้องสุดมหัศจรรย์ของ Nicole Kidman และทำนองดนตรีอันอ่อนหวานโดย Craig Armstrong
Elephant Love Medley เพลงเกี้ยวพาราสีระหว่าง Ewan Mcgregor และ Nicole Kidman ที่แอบมีอารมณ์ของเพลง I Will Always Love You และเพลงอื่นๆแฝงมาด้วย Come What May เพลงร้องคู่ที่มาพร้อมความหมายดีๆและคอนเซปต์ที่เข้ากับตัวหนัง โดยเพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ดีที่สุดในของ Ewan Mcgregor และ Nicole Kidman ก็ว่าได้ แม้ในอัลบั้มนี้จะมาในทำนองเพลงป๊อบฟังสบาย แต่ก็ยังคงความไพเราะและอลังการงานไว้ได้เช่นเดิม
El Tango De Roxanne เพลงเต้นลีลาศอันทรงเสน่ห์แต่แฝงความขมขื่น Hindi Sad Diamonds แค่ชื่อเพลงคงเดากันได้แล้วว่าต้องมีอารมณ์ความเป็นเพลงแขกอยู่พอตัว ซึ่งในตัวทำนองก็ฟังสนุกได้ตามประสาเพลงแนวนี้ เว้นแต่อารมณ์ช่วงท้ายๆของเพลงที่คนดูหนังเรื่องนี้คงทราบกันดี
CD2: ถ้ายังไม่จุใจกับอัลบั้มแรก Moulin Rouge ชุดที่ 2 คืออัลบั้มที่จะเติมเต็มอารมณ์ที่หายไปได้อย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฟังเพลงเวอร์ชั่นที่ขับร้องในเรื่องและผู้ที่กำลังมองหา Score ของคอมโพเซอร์ Craig Armstrong
อัลบั้มชุดนี้ผมขอเปิดตัวด้วย Score เบาๆทำนองสุดคลาสสิคของ Craig Armstrong ซึ่งก็คือเพลง Your Song ในเวอร์ชั่นเพลงบรรเลงที่ใช้เปียโนและเครื่องสายเป็นหลัก Sparkling Diamonds ในอัลบั้มนี้คือเวอร์ชั่นดั้งเดิมในหนังที่มาพร้อมเสียงร้องอันเย้ายวนของ Nicole Kidman และดนตรีประกอบในทำนองสุดโต่ง
The Pitch (Spectacular Spectacular) เพลงร้องกลุ่มอันน่าทึ่งในทำนองคุ้นหูของเหล่านักแสดงในเรื่องไม่ว่า Ewan McGregor, Nicole Kidman, John Leguizamo และ Jim Broadbent ซึ่งฟังดูครึกครื้นเฮฮาไม่เบา Come What May เวอร์ชั่นดั้งเดิมซึ่งโดดเด่นด้วยดนตรีประกอบที่ใช้เครื่องสายบรรเลง เสริมด้วยคอรัสในช่วงท้าย
The Show Must Go On เพลงร้องคู่ระหว่าง Nicole Kidman และ Jim Broadbent ที่ฟังแล้วทึ่งจนแทบขนลุก
Ascension, Nature Boy ดนตรีแบบคลาสสิคเศร้ากินใจ สื่อเรื่องราวโศกนาฏกรรมในช่วงสุดท้ายของเรื่องอย่างถึงอารมณ์
ปิดอัลบั้มด้วย Closing Credits: Bolero เพลงเครื่องสายสุดคลาสสิคของ Steve Sharples ซึ่งให้อารมณ์เดียวกับตอนจบของละครเวทียังไงยังงั้น
สุดท้ายนี้ หากคุณรักหนังเรื่องนี้ อย่าได้พลาดที่จะเป็นเจ้าของอัลบั้มอันแสนคุ้มค่านี้เลยครับ!

My Score: 9/10

Buy It @Boomerang

Nellee Hooper – Romeo + Juliet, Vol. 2

Posted in Craig Armstrong, Nellee Hooper, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , , on August 3, 2009 by zahnmimres

Tracklist
1. Prologue
2. O Verona
3. The Montague Boys
4. Gas Station Scene
5. O Verona (Reprise)
6. Introduction To Romeo
7. Queen Mab Interlude
8. Young Hearts Run Free (Ballroom Version)
9. Kissing You (Love Theme From “Romeo + Juliet”)
10. Balcony Scene
11. When Doves Cry
12. A Challenge
13. Tybalt Arrives
14. Fight Scene
15. Mercutio’s Death
16. Drive Of Death
17. Slow Movement
18. Morning Breaks
19. Juliet’s Requiem
20. Mantua
21. Escape From Mantua
22. Death Scene
23. Liebestot
24. Epilogue

อัลบั้มชุดที่ 2 ของ Romeo & Juliet เวอร์ชั่นร่วมสมัยของผู้กำกับ Baz Luhrmann โดยอัลบั้มนี้ได้รวม Score ต่างๆที่ปรากฏในเรื่อง ตามเครดิตระบุว่าเป็นคอมโพเซอร์หลัก Nellee Hooper แต่เท่าที่ดูเหมือนกับว่า Score ที่เป็นดนตรีออเคสตร้าและเปียโนจะแต่งโดยคอมโพเซอร์ Craig Armstrong ขณะที่ Hooper รับหน้าที่มิกซ์เสียงและเติมแต่งดนตรีในขั้นตอนสุดท้ายเสียมากกว่า (Romeo & Juliet คือ งานเพลงแรกและสุดท้ายของ Hooper ที่ได้รับรางวัล BAFTA ก่อนที่เขาจะเงียบหายไปจากวงการ ขณะที่ Armstrong ยังคงทำงานผลิตดนตรีประกอบภาพยนตร์ต่อไปและเป็นที่รู้จักในฐานะคอมโพเซอร์ที่แต่งเพลงเปียโนได้ดีคนหนึ่ง)
อัลบั้มนี้มีจุดเด่นตรงที่การจัดเรียงเพลงให้ต่อกันแทบจะทุกเพลง บวกกับการใส่บทสนทนาหรือซาวด์เอฟเฟคเข้าไป ทำให้ผู้ฟังได้อรรถรสเหมือนดูหนังยังไงยังงั้น
O Verona เป็นเพลงเปิดที่โดดเด่นที่สุดในอัลบั้มกับคอรัสอันหนักแน่น สื่อถึงความรุนแรงที่เกิดจากความบาดหมางของสองตระกูลในเมืองนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
The Montague Boys เพลงร้องสำหรับแนะนำกลุ่มวัยรุ่นแห่ง Montague ที่ฟังดูไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ แต่ก็ฟังคั่นเอามันส์ได้ระดับหนึ่ง ต่อเนื่องด้วย Gas Station Scene เพลงดวลปืนสไตล์คาวบอยสุดเก๋ Introduction to Romeo เพลงแนะนำพระเอกของเรื่อง กับดนตรีนุ่มๆและบทพูดบรรยายโดย Leonardo DiCaprio
เพลงจากอัลบั้มชุดที่ 1 อย่าง Young Hearts Run Free ก็มีในอัลบั้มนี้ด้วย แต่เป็นเวอร์ชั่น Ballroom ที่องค์ประกอบของดนตรีมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีเพลง Kissing You ที่ถูกใส่ในอัลบั้มนี้ด้วย แต่คราวนี้มาในเวอร์ชั่นเพลงบรรเลงที่ฟังแล้วยังคลาสสิคเหมือนเดิม
Balcony Scene อีกหนึ่งเพลงเด่นของอัลบั้มซึ่งนำบางท่อนจากเพลง Kissing You มาประยุกต์ใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม ความโดดเด่นของเพลงอยู่ที่เสียงเปียโนและเครื่องสายสุดคลาสสิคที่มอบบรรยากาศแห่งความโรแมนติกแก่ผู้ฟังได้ถึงอารมณ์
When Doves Cry ของ Quindon Tarver เจ้าของเพลง Everybody’s Free (To Feel Good) ในอัลบั้มแรก ที่เพลงคราวนี้ยังคงเป็นเพลงที่ขายเสียงร้องอันทรงพลัง ขณะที่ในส่วนของดนตรีถูกนำมารีมิกซ์ใหม่ในทำนองเดียวกับเพลง Techno
Mercutio’s Death เพลงที่เต็มไปด้วยดนตรีแห่งความเศร้าและคอรัสอันทรงพลังตามแบบฉบับเพลง Requiem คลาสสิค
Slow Movement งานเพลงชิ้นใหญ่ของ Craig Armstrong กับเพลงที่ยาวกว่า 12 นาที กับการบรรเลงเครื่องสายชุดใหญ่จากดนตรีนุ่มๆไปจนถึงดนตรีสุดยิ่งใหญ่และบาดใจผู้ฟังอย่างยิ่ง Juliet’s Requiem ดนตรีเบาๆในบรรยากาศอันหม่นหมองและคอรัสสุดอาลัย
Escape From Mantua เพลงประกอบฉากหลบหนีสุดชีวิตกับดนตรีที่ประยุกต์มาจาก O Verona และ The Montague Boys กับการรีมิกซ์ที่สร้างบรรยากาศชวนลุ้นระทึกยิ่งขึ้น
Death Scene เพลงเด่นตัวสุดท้ายของอัลบั้มกับดนตรีสุดอาลัย ซึ่งเสียงร้องและเครื่องสายเข้ามาช่วยส่งอารมณ์ที่จะทำให้หัวใจคุณแทบแตกสลาย
ดนตรีประกอบเรื่อวนี้เรียกได้ว่าทั้งคลาสสิคและร่วมสมัยพอๆกับหนังในเวอร์ชั่นนี้ ใครที่ชอบตัวหนังและคอมโพเซอร์ Craig Armstrong ไม่ควรพลาดอัลบั้มนี้ครับ

My Score: 9/10