Archive for the Klaus Badelt Category

Klaus Badelt feat. Les Tambours du Bronx – Rebellion

Posted in Klaus Badelt, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , , on November 25, 2011 by zahnmimres

“What we have here is terribly an indication of this year’s worst score.”

Continue reading

Klaus Badelt – The Promise

Posted in Klaus Badelt, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , on February 25, 2010 by zahnmimres

Tracklist
01. Freedom of the Wa
02. Wuji Main Theme
03. Love Theme
04. Kunlun, The Slave
05. Qingcheng, The Princess
06. Guangming, The General
07. Wuhuan, The Duke
08. Princess Kite
09. The Promise
10. Snow Country
11. The Robe
12. Save The King
13. Guilang, The Assassin
14. Saving A Princess
15. Feather Fight
16. Waterfall
17. Stampede
18. Come Back
19. Birdcage
20. Wuhuan’s Plan

The Promise หรือ Wu Ji คือภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีที่บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้และความรักที่มีคำสัญญาหรือฟ้าลิขิตมาเป็นตัวแบ่งกั้น
คอมโพเซอร์ Klaus Badelt ได้ออกจากสตูดิโอ Media Ventures มาลองงานยังต่างแดนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อสร้างสรรค์ดนตรีแนวตะวันออกซึ่งเขาได้วงดนตรี The Chinese National Symphony Orchestra มาร่วมบรรเลงบทเพลงอันน่าอัศจรรย์ของเขา แล้วนอกจากนี้ก็ยังได้ Hang Yue มาเป็นนักร้องนำในส่วนของคอรัสด้วยเช่นกัน อ่านมาแค่นี้ก็ดูน่าสนใจแล้ว มาลองดูเพลงเด่นๆแต่ละเพลงกันเลย Continue reading

Klaus Badelt – The Time Machine

Posted in Klaus Badelt, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , on October 4, 2009 by zahnmimres

Tracklist
1. Professor Alexander Hartdegen
2. Wish Me Luck
3. Emma
4. The Time Machine
5. Bleeker Street
6. I Don’t Belong Here
7. Time Travel
8. Eloi
9. Good Night
10. Stone Language
11. Morlocks Attack
12. Where The Ghosts Are
13. The Master
14. “What If?”
15. Godspeed

ภาพยนตร์รีเมคที่ดัดแปลงมาจากนวนิยาย Sci-fi เรื่องเยี่ยมของ H.G. Wells บอกเล่าเรื่องราวของศาสตราจารย์ Alexander Hartdegan (Guy Pearce) ผู้มีความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะพิสูจน์ความเป็นไปได้ของการเดินทางข้ามเวลา วันหนึ่งเขาได้สูญเสียคนรักไป และความสูญเสียนั้นเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องการกลับไปแก้ไขอดีต ขณะทดสอบทฤษฎีการเดินทางข้ามเวลากับเครื่อง Time Machine ของเขา แต่ทว่าเขาไม่สามารถช่วยเธอไว้ได้ทุกครั้ง ด้วยความหมดหวังเขาได้เดินทางข้ามเวลาไปดูโลกในอนาคตแต่แล้วก็เกิดเหตุผิดพลาดเมื่อเขาข้ามไปในช่วงที่โลกถึงกาลอวสาน เขาสลบไปขณะที่เครื่อง Time Machine ยังคงทำงาน เมื่อเขาตื่นขึ้นก็พบว่าเขาอยู่ในโลกอีก 8 แสนล้านปีข้างหน้าที่ซึ่งทุกอย่างกลับมาเริ่มต้นยุคหินอีกครั้ง
Klaus Badelt คอมโพเซอร์ฝีมือดี ผู้เคยร่วมงานกับ Hans Zimmer มาแล้ว คือ ผู้รับผิดชอบดนตรีประกอบและนี่คืองานเพลงช่วงแรกๆที่เขาแต่งให้หนังใหญ่ระดับ Hollywood โดยลักษณะของดนตรีเรื่องนี้เป็นการใช้ดนตรีออเคสตร้าและซินธิไซเซอร์ บวกกับดนตรีพื้นเมืองต่างๆซึ่งใช้สื่อถึงโลกยุคหินในอนาคต
Professor Alexander Hartdegen เพลงเปิดเรื่องมาที่พร้อมธีมเปียโนอันงดงามและธีมแห่งการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ หนึ่งในเพลงทีดีที่สุดของอัลบั้ม Wish Me Luck เพลงเปียโนสั้นๆสุดคลาสสิคเปี่ยมไปด้วยความหวัง ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นการแนะนำอีกหนึ่งธีมหลักของอัลบั้ม
Emma เพลงสุดหวานที่เปรียบเสมือนเลิฟธีมประจำอัลบั้ม โดดเด่นด้วยเสียงเครื่องสายเบาสุดไพเราะๆที่ค่อยๆเปลี่ยนทำนองเข้าสู่ดนตรีอันหมองหม่น บ่งบอกถึงการสูญเสียคนรักของตัวเอกของเรื่องนั่นเอง
The Time Machine จุดเริ่มต้นของการผจญภัยปรากฏในเพลงนี้ด้วยดนตรีออเคสตร้าโดยเฉพาะการบรรเลงอันหนักแน่นในช่วงหลังขณะที่ธีมหลักก็ถูกหยิบมาบรรเลงเป็นแบ็คกราวน์
I Don’t Belong Here เพลงสุดยิ่งใหญ่ที่ซึ่งธีมแห่งการผจญภัยถูกหยิบนำมาใช้ใหม่ด้วยเครื่องเป่าและเครื่องสายในแบบที่อลังการกว่า ต่อเนื่องด้วย Time Travel เพลงที่อบอวลไปด้วยดนตรีแห่งความน่าสะพรึงในครึ่งแรก บ่งบอกถึงช่วงเวลาที่เป็นวาระสุดท้ายของโลกในอนาคต ขณะที่ในครึ่งหลังเป็นดนตรีเบาๆนุ่มๆสื่อถึงการกำเนิดใหม่ของวงจรชีวิตโลก
Eloi เปิดตัวด้วยเครื่องเป่าจำพวกฟลุ้ตเบาๆแล้วต่อด้วยคอรัสสุดยิ่งใหญ่ที่ฟังดูเหมือนดนตรีเผ่าพื้นเมืองโบราณยังไงยังงั้น นี่คืออีกหนึ่งเพลงเด่นของอัลบั้มซึ่งใช้สื่อถึงโลกใหม่ที่กลับมาเป็นยุคหินอีกครั้ง Good Night เพลงที่ฟังแล้วชวนผ่อนคลายเป็นที่สุดโดยเฉพาะในส่วนของเสียงฟลุ้ต ทว่าช่วงท้ายของเพลงก็ได้ทิ้งดนตรีแห่งความไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งบอกเป็นนัยว่าโลกใหม่นี้ไม่ได้มีความสงบสุขอยู่เสมอไป
Stone Language เพลงนี้โดดเด่นด้วยท่อนคอรัสจากเพลง Eloi ที่ถูกนำมาประยุกต์ใหม่ให้ฟังยิ่งใหญ่และครึกครื้นกว่าเดิม Morlocks Attack อีกหนึ่งเพลงสุดเด่นของอัลบั้มและเป็น Action Score แบบเน้นๆตัวเดียวในอัลบั้ม เพลงนี้มีทั้งการใช้ดนตรีออเคสตร้าผสมซินธิไซเซอร์บรรเลงในจังหวะเร็วซึ่งประยุกต์มาจากธีมหลัก รวมถึงคอรัสอันดุดัน เรียกได้ว่าความอัดอั้นทุกอย่างถูกเอามาลงในเพลงนี้เพื่อสื่อถึงความป่าเถื่อนและโหดร้ายของพวก Morlock
ตั้งแต่ Where the Ghosts Are ไปจนถึง What If? (รวม 3 เพลง) เป็นเพลงยาวบอกเล่าเรื่องราวการเผชิญหน้าของตัวเอกและพวก Morlock รวมถึงบุคคลลึกลับที่พวกมันเรียกว่า The Master โดยเพลงนี้มีทั้งดนตรีแห่งความลึกลับและหม่นหมองแต่แฝงความเป็นดราม่าไปในตัว โดยในส่วนของคอรัสเบาๆลอยๆเรียกได้ว่าสร้างความน่าฉงนและชวนขนลุกได้ไม่น้อยทีเดียว แล้วปิดท้ายในเพลง What If? กับดนตรีระทึกชวนลุ้นแบบสุดตัว ตามด้วยดนตรีผ่อนคลายและยิ่งใหญ่เป็นการจบเพลงอย่างสวยงาม
แล้วมาปิดอัลบั้มแบบสมบูรณ์กันในเพลง Godspeed เพลงเด่นตัวสุดท้ายที่ซึ่งธีมทั้งหมดของอัลบั้มรวมถึงคอรัสจากเพลง Eloi ถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างสวยงามและกลมกลืน ถ้าใครได้ดูหนังคงจะรับรู้ความสำคัญของดนตรีกับความรู้สึกแห่งการร่ำลาในช่วงท้ายของหนังได้อย่างดี
นี่คือหนึ่งในงานดนตรีอันน่าจดจำช่วงแรกๆของ Klaus Bedelt ที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ

My Score: 8.5/10

Klaus Badelt – Ultraviolet [Promo Score]

Posted in Klaus Badelt, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , on August 16, 2009 by zahnmimres

Ultraviolet (Promo Score)

Tracklist
01. Main Titiles
02. Vault Fight
03. Cauterize
04. Six Speaks
05. Boy Projection
06. End Credits

อัลบั้มนี้คือการรวม Promo Score จากภาพยนตร์แอ็คชั่นแห่งโลกอนาคตที่ได้ปล่อยออกมาให้ได้ลองฟังกันดูก่อน ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วถ้ามีอัลบั้ม Promo ก็ต้องมีอัลบั้มแบบเป็นทางการ (Official Release) วางจำหน่ายตามมาทีหลังพร้อมเพลงอัดแน่นเต็มแผ่น แต่กลายเป็นว่า Ultraviolet ไม่มีโอกาสได้ออกอัลบั้มจริงตามมาอันเนื่องจากปัญหาบางประการ (อาจเป็นเพราะหนังเจ๊งด้วย) สุดท้ายเลยมีเพียง Promo Score ที่ยาวไม่ถึง 30 นาทีให้เราได้ฟังกันต่อไป โดยทั้ง 6 เพลงที่เห็นนี้เป็นผลงานของคอมโพเซอร์ Klaus Badelt ที่มาสร้างสรรค์ดนตรีแนว Superhero ล้ำสมัยด้วยดนตรีออเคสตร้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเพลงที่เด่นที่สุด คือ End Credits ที่โดดเด่นด้วยคอรัสในช่วงต้นแล้วต่อด้วยดนตรีประยุกต์จาก Main Titiles ที่ฟังดูหรูหราและยิ่งใหญ่ดีไม่ใช่เล่นทีเดียว และทำให้อดคิดไม่ได้ว่า “มันน่าจะมีอัลบั้มตัวจริงมาให้เราฟังกันแบบเต็มๆ”

My Score: 6.5/10

Klaus Badelt – Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl

Posted in Klaus Badelt, Soundtrack Reviews (Full Version) with tags , , , , , , on July 31, 2009 by zahnmimres

Tracklist
01. Fog Bound
(3/5)
02. The Medallion calls
(5/5)
03. The Black Pearl (3/5)
04. Will and Elizabeth (4/5)
05. Swords crossed (4/5)
06. Walk the Plank (3/5)
07. Barbossa is hungry (5/5)
08. Blood Ritual (3/5)
09. Moonlight Serenade (3/5)
10. To the Pirates’ Cave (3/5)
11. Skull and Crossbones (5/5)
12. Bootstrap’s Bootstraps (4/5)
13. Underwater March (4/5)
14. One last Shot (3/5)
15. He’s a Pirate (5/5)

อัลบั้มดนตรีประกอบปฐมบทภาพยนตร์โจรสลัดสุดยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างของ Disney ที่อำนวยการสร้างโดย Jerry Bruckheimer และกำกับ Gore Verbinskt โดยได้คอมโพเซอร์อย่าง Klaus Badelt สมาชิก Media Ventures ที่มากประสบการณ์คนหนึ่ง และแน่นอนว่าเขาคนนี้ได้ร่วมงานกับ Hans Zimmer มาก่อนหน้านี้หลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น Gladiator (เครดิต: Additional Music), The Pledge, Invincible เป็นต้น แต่คุณหรือไม่ว่าเดิมที Zimmer นี่ล่ะที่ควรจะเข้ามาคุมงานทั้ง แต่สุดท้ายลุงแกก็ต้องลสะเรือไปขึ้นเกาะญี่ปุ่นทำสกอร์ให้ The Last Samurai แทน โดยสิ่งที่ลุงแกได้ทำจริงๆสำหรับสกอร์โจรสลัดนี้คือการอำนวยการสร้างงานเพลงและประพันธ์เมนธีมนาทีกว่าๆ (ซึ่งผมจะบอกรายละเอียดต่อไปไว้ในรีวิวที่คุณกำลังจะได้อ่านนี้) อย่างไรก็ดี Zimmer รู้ว่าเขาพึ่งพาใครได้ในบริษัทของเขา ซึ่ง Badelt คือ ผู้ถูกเลือก
แต่เพราะเวลาที่กระชั้นชิดหลังการเดินออกจากโปรเจ็คของ Zimmer อีกนั่นล่ะ Badelt ก็พบปัญหาในการทำสกอร์ไม่ใช่น้อย สุดท้ายเขาก็ได้เรียกรวมเหล่าคอมโพเซอร์รุ่นน้องอย่าง Trevor Morris, Geoff Zanelli และ Ramin Djawadi มาร่วมเสนอไอเดียและทำ Additional Music ให้บางส่วน อย่างไรก็ดีเพราะ(พวก)เขาทำงานให้ Zimmer บ่อยๆ ความคุ้นเคยในดนตรีของ Zimmer ก็ก่อนหน้านี้ก็แสดงผลออกมาค่อนข้างมาก ทำให้ดนตรีของโจรสลัดชุดนี้กลายเป็นการรีไซเคิลผลงานฮิตต่างๆของ Zimmer ในอดีต เช่น Backdraft, Drop Zone, Gladiator เป็นอาทิ
แล้วขอบอกไว้ก่อนว่าอัลบั้มนี้มีจุดตำหนิตรงที่การบันทึกและมิกซ์เสียง(ซึ่งไม่รู้ว่าตั้งใจให้เป็นหรือไม่) เพราะดูเหมือนการใช้ออเคสตร้าผสมกับซินธิไซเซอร์โดยเน้นเสียงซินธิไซเซอร์มากเกินไปทำให้สกอร์โดยรวมฟังดูแข็งๆแห้งๆบวกกับเสียงที่ดังเกินเหตุในส่วนของช่วงพีคบางครั้งก็กลบเสียงคอรัสหรือเครื่องดนตรีอื่นๆไปเสียหมด ส่วนเรื่องรายชื่อเพลงก็ถือเป็นอีกปัญหาในความเห็นส่วนตัวของผมเพราะผมรู้สึกว่ารายชื่อส่วนใหญ่มันไม่ค่อยเข้ากับอารมณ์เพลงซักเท่าไหร่เลย! (ไม่เชื่อลองฟังดูสิ)
บ่นมาก่อนซะเยอะเลย แต่ก็เอาเถอะนะ ผมว่าเราควรมองข้ามจุดนั้นไปก่อน แล้วลองมาเปิดใจดูแต่ละเพลงในอัลบั้มกันเลยดีกว่าครับ Continue reading